สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงในวันศุกร์ (28 ส.ค.) และปรับตัวลงในรอบสัปดาห์นี้ โดยนักลงทุนประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังเควิน วอร์ช ประธานเฟดส่งสัญญาณว่าอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ขณะเดียวกัน ตลาดยังติดตามข่าวลือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีข้อตกลงเปิดเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 13 เซนต์ หรือ 0.16% ปิดที่ 83.40 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 39 เซนต์ หรือ 0.43% ปิดที่ 89.31 ดอลลาร์/บาร์เรล
ในรอบสัปดาห์นี้ สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลงมากกว่า 5% ขณะที่สัญญาน้ำมัน WTI ลดลงมากกว่า 4%
นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า ราคาน้ำมันปรับตัวลงต่อเนื่องหลังวอร์ชส่งสัญญาณว่าอาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปี ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันต่อราคาน้ำมันผ่านการควบคุมเงินเฟ้อ
นักวิเคราะห์ระบุว่า ตลาดผลิตภัณฑ์น้ำมันทั่วโลกยังมีแนวโน้มแข็งแกร่ง เนื่องจากการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียในยูเครนเพิ่มขึ้น แต่ตลาดก็มีข่าวลือหนาหูว่าอาจมีการบรรลุข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งในช่วงสุดสัปดาห์
สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านเข้าสู่เดือนที่ 6 ในวันศุกร์ ขณะที่นักลงทุนจับตาการฟื้นตัวของปริมาณการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งยังคงเป็นไปอย่างไม่สม่ำเสมอ โดยก่อนเกิดสงคราม เส้นทางดังกล่าวรองรับการขนส่งน้ำมันคิดเป็นสัดส่วนราว 20% ของปริมาณน้ำมันทั่วโลก
นักวิเคราะห์อีกรายกล่าวว่า ตลาดประหลาดใจกับปริมาณน้ำมันที่กลับมาไหลผ่านเส้นทางขนส่งระหว่างอิหร่านกับโอมาน รวมถึงการที่สหรัฐฯ อ้างว่าสามารถดำเนินการกวาดทุ่นระเบิดได้
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ระบุว่า การปรับตัวลงของราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้น่าจะเป็นผลจากปริมาณน้ำมันที่สามารถขนส่งออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้ รวมถึงความเร็วในการเพิ่มปริมาณการขนส่ง ซึ่งทำให้โรงกลั่นในเอเชียสามารถรับน้ำมันและนำไปใช้ได้มากขึ้น
บรรดาคนกลางกำลังเพิ่มความพยายามเพื่อผลักดันให้มีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยอิหร่านตกลงที่จะจัดทำรายการเงื่อนไขสำหรับการฟื้นฟูการเดินเรือตามปกติ หลังผู้แทนจากกาตาร์เรียกร้องให้อิหร่านเคารพเสรีภาพในการเดินเรือ
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงไม่สม่ำเสมอ โดยข้อมูลการเดินเรือเบื้องต้นที่เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ระบุว่า เมื่อวันพฤหัสบดีมีเรือขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ 7 ลำเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ลดลงจาก 17 ลำในวันก่อนหน้า และต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 วันที่ระดับ 15 ลำ
ส่วนช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญอีกแห่ง มีเรือขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ผ่าน 17 ลำ แบ่งเป็นเรือขาเข้า 6 ลำ และขาออก 11 ลำ
Goldman Sachs ประเมินเมื่อวันพฤหัสบดีว่า การส่งออกน้ำมันทั้งหมดจากภูมิภาคอ่าวในช่วงที่ผ่านมาอยู่ที่ 15-16 ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดลง 7-8 ล้านบาร์เรลต่อวันจากระดับก่อนเกิดสงคราม แต่สูงกว่าจุดต่ำสุดในเดือนมี.ค. ซึ่งอยู่ที่ 5-6 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ในสัปดาห์นี้ สหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านที่ระบุว่าเข้มงวดที่สุดในประวัติศาสตร์ ขณะที่อิหร่านระบุว่ามาตรการดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมและเป็นปฏิปักษ์ และสูญเสียประสิทธิภาพไปแล้ว
นักวิเคราะห์กล่าวว่า ผลกระทบต่อสมาชิกและประเทศที่อาจเข้า-ออกจากกลุ่มโอเปก, ผลกระทบต่อความต้องการน้ำมันของจีน รวมถึงความเป็นไปได้ที่ปัญหาของโรงกลั่นทั่วโลกจะคลี่คลาย ล้วนขึ้นอยู่กับสถานการณ์สงครามที่ยังคงไม่แน่นอน
มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเจรจาข้อตกลงเพื่อรับประกันการเข้าถึงน้ำมันสำรองบางส่วนของเวเนซุเอลาในระยะยาว ซึ่งอาจช่วยลดต้นทุนการนำเข้าน้ำมันในท้ายที่สุด ขณะที่สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เวเนซุเอลากำลังพิจารณาถอนตัวออกจากกลุ่มโอเปก
ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น หลังรัฐบาลรัสเซียเตือนว่าอาจโจมตีเป้าหมายทางทหารของอังกฤษทั้งภายในและนอกยูเครน เพื่อตอบโต้การที่ยูเครนโจมตีดินแดนรัสเซียโดยใช้ขีปนาวุธร่อนพิสัยไกลที่อังกฤษจัดหาให้
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวว่าเขาไม่เชื่อว่าปูตินจะโจมตีประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) พร้อมลดความสำคัญของรายงานที่ระบุว่า จอห์น แรตคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการ CIA เดินทางไปยังกรุงมอสโกเพื่อเตือนรัสเซียไม่ให้โจมตีประเทศสมาชิก NATO
ด้านเสนาธิการทหารยูเครนระบุว่า กองทัพยูเครนได้โจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียในภูมิภาคยาโรสลาฟล์ในช่วงข้ามคืน
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





