
นักลงทุนเทน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15-16 กันยายน จากเดิมคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 51.6% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. จากเดิมที่ให้น้ำหนักเพียง 36.8% เมื่อวานนี้
นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 48.4% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนก.ย. จากเดิมที่ให้น้ำหนักมากถึง 63.2% เมื่อวานนี้
นักลงทุนปรับมุมมองเกี่ยวกับการดำเนินการของเฟด หลังนายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และเป็นสมาชิกถาวรของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) กล่าวในวันนี้ว่า เขาจะสนับสนุนให้เฟดคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ หากตัวเลขเงินเฟ้อที่จะออกมาในสัปดาห์หน้าไม่สูงกว่าที่คาดไว้
ทั้งนี้ ในการแสดงความเห็นที่แตกต่างจากนายเควิน วอร์ช ประธานเฟด เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายวอลเลอร์แสดงความมั่นใจต่อแนวโน้มเงินเฟ้อในปัจจุบัน โดยกล่าวว่า ภาษีนำเข้ามีแนวโน้มว่าจะส่งผลกระทบไม่มากนัก และราคาพลังงานที่สูงขึ้นก็ยังไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อภาคส่วนอื่น ๆ ของเศรษฐกิจ
แม้ยอมรับว่าเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับเป้าหมาย 2% ของเฟด แต่นายวอลเลอร์ก็ชี้ว่า แนวโน้มในช่วงที่ผ่านมา “แสดงให้เห็นว่า ในที่สุดเรากำลังเริ่มเห็นสัญญาณบางอย่างของการชะลอตัวของเงินเฟ้อ”
“หากข้อมูลเงินเฟ้อที่จะออกมายังคงเป็นไปในทิศทางนี้ ผมก็มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนการคงเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับปัจจุบัน” นายวอลเลอร์กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์
รายงานเงินเฟ้อสำคัญอีกสองชุดที่เฟดจะได้รับก่อนการประชุมในวันที่ 15-16 กันยายน คือ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งกระทรวงแรงงานสหรัฐมีกำหนดเผยแพร่ในสัปดาห์หน้า
อย่างไรก็ดี นายวอลเลอร์กล่าวว่า หากมีสัญญาณใด ๆ เกิดขึ้นระหว่างนี้จนถึงการประชุมในเดือนนี้ เขาก็อาจเปลี่ยนจุดยืนได้
“ผมประเมินว่าในขณะนี้นโยบายการเงินกำลังจำกัดอุปสงค์โดยรวมเพียงเล็กน้อย และหากเงินเฟ้อปรับตัวขึ้น แม้ไม่เร่งตัวขึ้นมากนัก ก็อาจทำให้ผมเปลี่ยนมาสนับสนุนนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นได้”
“หากมีหลักฐานว่า ตัวเลขเงินเฟ้อประจำเดือนสิงหาคมบ่งชี้ว่าเฟดไม่มีความคืบหน้าในการผลักดันเงินเฟ้อไปสู่เป้าหมาย 2% เราก็จะปรับจุดยืนเพื่อให้มั่นใจว่าแนวโน้มดังกล่าวจะดำเนินต่อไป” นายวอลเลอร์กล่าว
นายวอลเลอร์แสดงความคิดเห็นดังกล่าวไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์หลังจากนายวอร์ชกล่าวในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสันโฮล รัฐไวโอมิง ว่า “ตัวเลขเงินเฟ้อรายเดือนที่อ่อนตัวลงในช่วงที่ผ่านมา ไม่ได้ทำให้ผมเห็นว่าแนวโน้มพื้นฐานดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ”
นายวอร์ชกล่าวเพิ่มเติมว่า หากแนวโน้มต่าง ๆ ไม่เป็นไปในทิศทางที่คาดไว้ “เราก็ยังมีงานที่ต้องทำ”
แม้ว่าคำกล่าวดังกล่าวแทบไม่แตกต่างจากจุดยืนก่อนหน้านี้ของนายวอร์ช แต่ตลาดตีความว่าเป็นการสัญญาณที่เข้มงวดต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ย และคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ




