
คิม โยจอง น้องสาวของ คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ กล่าววันนี้ (18 ก.ย.) ว่า การซ้อมรบทางทหารที่นำโดยสหรัฐฯ กำลังทำให้สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีเลวร้ายลงเรื่อย ๆ พร้อมยืนยันว่า เกาหลีเหนือจะเดินหน้าเสริมคลังแสงนิวเคลียร์ต่อไป
สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) รายงานแถลงการณ์ของคิม โยจอง ซึ่งกล่าวถึงการซ้อมรบทางเรือแปซิฟิก แวนการ์ด (Pacific Vanguard) ประจำปี 2569 ใกล้เกาะกวม โดยระบุว่าเป็น “การซ้อมทำสงคราม” (war game) อีกครั้งที่นำโดยสหรัฐฯ ซึ่งสร้างภัยคุกคาม และเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของสหรัฐฯ ในการขยายอิทธิพลทางทหารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรอย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่น
คิม โยจอง ระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกาหลีเหนือต้องดำเนินมาตรการตอบโต้ที่ได้สัดส่วนหรือมีลักษณะเป็นเชิงรุกมากขึ้น พร้อมเตือนว่า กองทัพเกาหลีเหนือจะระดมทุกวิถีทางที่มี หากความมั่นคงหรือผลประโยชน์แห่งชาติถูกละเมิด
แถลงการณ์ครั้งนี้มีขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 2 วัน หลังจากเมื่อวันพฤหัสบดี (17 ก.ย.) คิม โยจอง ปฏิเสธข้อเรียกร้องให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์อีกครั้งในการประชุมของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) พร้อมย้ำจุดยืนของรัฐบาลว่า สถานะการเป็นรัฐผู้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือนั้นไม่อาจย้อนคืนได้
สำหรับการซ้อมรบพหุภาคีทางเรือแปซิฟิก แวนการ์ด 2026 มีสหรัฐฯ เป็นแกนนำ โดยมีกองกำลังทางทะเลของเกาหลีใต้ ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ และญี่ปุ่นเข้าร่วมบริเวณใกล้เกาะกวม ระหว่างวันที่ 29 ส.ค.-10 ก.ย. ตามข้อมูลของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น (JMSDF)
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต





