นายกฯ ถึงไทยแล้ว! ถกแก้น้ำท่วม เร่งเยียวยารายครอบครัว สั่ง ครม.เกาะติดปัญหา งดบินตปท.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ, พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ตลอดจน รมช.มหาดไทย และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมแถลงถึงสถานการณ์อุทกภัยในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหลายจังหวัดภาคกลาง

โดยนายอนุทิน กล่าวว่า ระหว่างปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ ได้รับรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วง 2 วันที่ผ่านมา ซึ่งมีฝนตกหนักเป็นวงกว้าง จนเกิดน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียง จึงได้ประสานรองนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเรียกประชุมทางไกลเพื่อสั่งการแก้ไขปัญหา ก่อนตัดสินใจยกเลิกภารกิจที่เหลือและเร่งเดินทางกลับประเทศไทย เพื่อบัญชาการและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

สาเหตุหลักของน้ำท่วมครั้งนี้ มาจากปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและรวดเร็ว เกินขีดความสามารถของระบบระบายน้ำในหลายพื้นที่ ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้บริหารจัดการน้ำเหนือผ่านโครงข่ายชลประทานแบบก้างปลา เพื่อไม่ให้มวลน้ำไหลลงมาสมทบกับน้ำฝนในกรุงเทพฯ รวมทั้งควบคุมการระบายน้ำจากเขื่อน โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนท้ายเขื่อนให้น้อยที่สุด

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ระดมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ รถบรรทุก และเรือยาง เข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ส่วนกรุงเทพมหานคร ได้จัดตั้งศูนย์พักพิง เคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงดูแลการเดินทางเข้าสถานพยาบาลในพื้นที่ได้รับผลกระทบ

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย ประสานผู้ว่าราชการจังหวัดทุกแห่ง โดยให้อำนาจตัดสินใจแก้ปัญหาในพื้นที่อย่างเต็มที่ พร้อมเพิ่มวงเงินสำหรับจังหวัดที่ประกาศเป็นเขตประสบภัยฉุกเฉิน เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือประชาชนได้ทันที ไม่ต้องรอคำสั่งจากส่วนกลางทุกขั้นตอน

สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งประกาศเป็นเขตประสบภัยแล้ว รัฐบาลจะสนับสนุนทุกด้าน เนื่องจากเป็นเมืองหลวง และศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ การศึกษา ระบบราชการ และการคมนาคม โดยทุกหน่วยงานต้องทำงานเป็นทีมเดียวกัน ใช้ข้อมูลข่าวสารชุดเดียวกัน และยึดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นลำดับแรก

นายอนุทิน ยังมอบหมายให้นางศุภมาศ อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประสานกรมประชาสัมพันธ์ อสมท. และหน่วยงานภาครัฐ ให้เชื่อมโยงข้อมูลและแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันความสับสน และทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องทันต่อสถานการณ์

ด้านการเยียวยา กระทรวงมหาดไทย ได้เร่งสำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหายเป็นรายครอบครัว โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จะร่วมกันตรวจสอบสิทธิและอนุมัติเงินช่วยเหลือให้เร็วที่สุด

“ไม่จำเป็นต้องรอให้น้ำลดทั้งจังหวัด แล้วจึงเริ่มฟื้นฟู แต่พื้นที่ใดกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ให้เริ่มเปิดถนน ฟื้นฟูระบบไฟฟ้า ประปา จัดเก็บขยะ ดูแลสุขภาพประชาชน และจ่ายเงินเยียวยาได้ทันที โดยจะนำบทเรียนจากการจัดการน้ำท่วมหาดใหญ่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา มาปรับใช้เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็ว” นายกรัฐมนตรี ระบุ

ส่วนความเสียหายของบ้านเรือน รถยนต์ และทรัพย์สินที่มีประกัน นายกรัฐมนตรี จะสั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ประสานบริษัทประกันภัยเร่งตรวจสอบ และจ่ายค่าสินไหมตามเงื่อนไขกรมธรรม์โดยเร็ว พร้อมกำชับให้กระบวนการทั้งหมดโปร่งใส ไม่เกิดการทุจริต หรือการประวิงเวลาจ่ายเงินแก่ผู้ประสบภัย

  • ชงเมกะโปรเจกต์ “ชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย” เข้า ครม.อังคารนี้

นายอนุทิน กล่าวถึงการแก้ปัญหาระยะยาวว่า ก่อนหน้านี้ได้มอบหมายให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ไปศึกษาความเหมาะสมของโครงการระบายน้ำ เส้นทาง “ชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย” ล่าสุดได้รับรายงานว่าโครงการมีความคุ้มค่าและมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบนออกสู่อ่าวไทย ลดมวลน้ำที่จะไหลเข้าสู่ภาคกลาง ปริมณฑล และกรุงเทพฯ

รัฐบาลจึงเตรียมเสนอโครงการดังกล่าว ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 29 กันยายนนี้ เพื่อขอความเห็นชอบให้เดินหน้าดำเนินการ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความเห็นเบื้องต้นแล้ว และมีการเตรียมงบประมาณส่วนหนึ่งไว้ในงบประมาณปี 2570

“ผมจะใช้อำนาจในฐานะนายกรัฐมนตรี ผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ไม่ว่าจะเป็นโครงการชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย หรือเจ้าพระยาคู่ขนาน เพราะประเทศไทยไม่ควรต้องเผชิญปัญหาน้ำหลากซ้ำซากทุกปี เราต้องแก้ทั้งสถานการณ์เฉพาะหน้า และสร้างระบบป้องกันระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม” นายอนุทินกล่าว

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งให้ทุกจังหวัด รายงานสถานการณ์ ผลการช่วยเหลือ ปัญหาอุปสรรค และสิ่งที่ต้องการการสนับสนุนมายังปลัดกระทรวงมหาดไทยทุกวัน เพื่อให้รัฐบาลสามารถตัดสินใจและแก้จุดติดขัดได้ทันที

  • สั่ง ครม.งดเดินทางไปต่างประเทศ ให้ติดตาม-บริหารจัดการน้ำท่วมใกล้ชิด


นายอนุทิน ยังเตรียมออกข้อสั่งการให้รัฐมนตรีทุกคนงดเดินทางไปต่างประเทศในช่วงนี้ เพื่ออยู่ติดตามและบริหารสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่ตนเองจะยกเลิกกำหนดการเดินทางต่างประเทศในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้าด้วย โดยคณะรัฐมนตรี จะรักษาระดับการเตรียมพร้อมสูงสุดจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

โดยหลังจากนี้ นายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่จังหวัดที่ยังมีสถานการณ์น่าเป็นห่วง ทั้งปราจีนบุรี นครนายก พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี เพื่อตรวจสภาพหน้างาน รับฟังปัญหาจากผู้ว่าราชการจังหวัด ให้กำลังใจประชาชน และเจ้าหน้าที่ รวมทั้งติดตามว่าข้อสั่งการของรัฐบาลได้รับการปฏิบัติอย่างรวดเร็วเพียงใด

“เป้าหมายของรัฐบาล คือ ทำให้ประชาชนกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ ค้าขายได้ เด็กไปโรงเรียนได้ เดินทางได้อย่างปลอดภัย และมีสุขภาวะที่ดี รัฐบาลจะใช้ความสามารถและทรัพยากรทั้งหมดที่มี เพื่อคลี่คลายสถานการณ์และนำความปกติสุขกลับคืนสู่ประชาชนโดยเร็วที่สุด” นายกรัฐมนตรีกล่าว

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์