รัฐบาล เร่งระบายน้ำกทม.ฝั่งตอ. คาดใช้เวลา 2-3 วัน/ เตือนเฝ้าระวัง 3 จ. แม่กลอง-ภาคตะวันออก

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมในสถานการณ์อุทกภัย สรุปภาพรวมสถานการณ์น้ำ การดำเนินงานของรัฐบาล และแนวทางการช่วยเหลือประชาชน ว่า สภาพอากาศ จากที่เมื่อวานมีการพยากรณ์อากาศขึ้นไปทางฝั่งตะวันตก ในวันนี้ก็อ่อนกำลังลง รวมถึงฝนเคลื่อนไปทางฝั่งตะวันออก ปริมาณน้ำฝนก็น้อยลงเช่นเดียวกัน ยังมีน้ำฝนที่ตกมาเมื่อคืน ก็จะอยู่ในบริเวณทางภาคเหนือ มีจังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดตากอีกเล็กน้อย ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์น้ำในพื้นที่อื่น ๆ เนื่องจากว่าฝนตกโดยส่วนใหญ่อยู่เหนือเขื่อนที่จะรองรับน้ำ

ส่วนของแม่น้ำเจ้าพระยา หลังจากที่เมื่อวานมีการดำเนินการเปิดระบายน้ำออกจากแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ที่ประมาณ 2,000 ลูกบาศก์เมตร และวันนี้จะมีการพิจารณาว่าจะระบายน้ำเพิ่มหรือไม่ ซึ่งหากปล่อยน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มจะกระทบต่อกรุงเทพมหานคร เนื่องจากว่ามีคันกั้นน้ำที่มีความสูง และยังมีความจุที่เพิ่มเติมที่จะรับน้ำได้อีกมาก 

ในส่วนของการระบายน้ำ ในปัจจุบันนี้ที่จังหวัดสมุทรปราการ ทางกรมชลประทานก็ได้มีการติดตั้งเครื่องระบายน้ำเพิ่มเติม และใช้เครื่องสูบน้ำเดิมอย่างเต็มประสิทธิภาพ ก็จะมีการระบายน้ำออกสู่อ่าวไทย

*กทม. ฝนลด เร่งระบายน้ำฝั่งตอ.

ขณะที่ กทม. เช้านี้ไม่มีฝนตกเพิ่มขึ้นแล้ว ไม่มีกลุ่มฝน ทำให้วันนี้ตลอดทั้งวันกรุงเทพฯ น่าจะไม่มีฝน ทำให้การระบายน้ำก็จะมีประสิทธิภาพหากไม่มีฝนเพิ่มเติม แต่ในปัจจุบันนี้ยังมีระดับน้ำที่ท่วมสูงบนถนนที่สูงกว่า 30 เซนติเมตร รถเล็กผ่านไม่ได้อยู่อีกเพียงแค่ 6 จุด ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ เช่น ถนนรามคำแหง 24, ถนนศรีนครินทร์, ถนนนวมินทร์, ถนนลาดพร้าว (จากลาดพร้าว 101 ถึงแยกบางกะปิ), ถนนสุวินทวงศ์, ถนนพัฒนาการ 53 เป็นส่วนของพื้นที่ฝั่งตะวันออกที่ยังมีน้ำท่วมอยู่ในหลายจุด 

ปัจจุบันนี้การระบายน้ำ กทม. ได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ ศักยภาพการระบายน้ำอยู่ที่ประมาณ 51 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งคาดว่าบริเวณที่ยังท่วมอยู่ในฝั่งตะวันออกน่าจะใช้เวลาอีก 2-3 วันถ้าไม่มีฝนมาเพิ่มเติม ซึ่งจากการพยากรณ์อากาศน่าจะไม่มีแล้ว

ส่วนของสาธารณสุข เมื่อวานที่นายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่คลองจั่น ร่มเกล้า พบว่าในพื้นที่นี้ยังมีปัญหาเรื่องของการเข้าถึงการบริการสาธารณสุข ทางกระทรวงสาธารณสุขจึงได้ดำเนินการ ในวันนี้จะมีการตั้งสถานพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อให้ประชาชนมารับบริการได้ หากมีเรื่องของการเจ็บป่วย รวมถึงการติดต่อประสานงาน ปรึกษาเรื่องของการป้องกันโรคต่างๆ

ส่วนหลายโรงเรียนจะเปิดทำการในวันพรุ่งนี้ นายเอกภพ กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำและฝนที่วันนี้น่าจะไม่มีการตกมาอีก ก็จะทำให้การระบายน้ำของ กทม. มีประสิทธิภาพมากขึ้น และถนนที่ท่วมอยู่มีไม่มาก เชื่อว่า พรุ่งนี้การสัญจรจะดีขึ้น ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเปิดเรียนหรือเปิดทำงานตามปกติ เพียงแต่โรงเรียนมีสิทธิ์ที่จะประกาศปิดเพิ่มเติมได้เนื่องจากเป็นนิติบุคคล ส่วนของรัฐบาลน่าจะไม่มีการประกาศวันหยุดเพิ่มเติมแล้ว

ส่วนในพื้นที่คลองจั่น บางกะปิ เคหะร่มเกล้า ลาดกระบัง ที่ยังคงท่วมอยู่นั้น นายเอกภพ ระบุว่า เป็นหน้าที่ของกรุงเทพมหานครที่จะพิจารณาปิดที่ทำการในแต่ละเขตหรือโรงเรียนของ กทม. หรือมีการบริหารจัดการภายใน ส่วนความเสียหายด้านเศรษฐกิจยังมีในต่างจังหวัดหลายพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและต้องเฝ้าระวัง คาดว่าจะได้ตัวเลขในไม่ช้า

อย่างไรก็ตาม ตำรวจจะเข้ามาดูแลให้การจราจรและการสัญจรกลับมาปกติมากที่สุด รวมถึงทางด่วนซึ่งประกาศให้ขึ้นฟรีจะสิ้นสุดในเวลาเที่ยงคืนวันนี้ และคาดว่าพรุ่งนี้การคมนาคมขนส่งทุกช่องทางก็จะเปิดเต็มระบบ เพราะไม่ได้มีปัญหาเรื่องของการขนส่งสาธารณะใดๆ

*เตือน กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงครามระดับน้ำเพิ่มสูง

ทั้งนี้ นายเอกภพ กล่าวว่า ในวันนี้จะมีการแจ้งเตือนระดับน้ำที่อาจจะเพิ่มสูงขึ้นในแม่น้ำแม่กลอง อยู่ใน 3 จังหวัด คือ กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม ซึ่งในวันนี้อาจจะยังมีฝนตกอยู่เล็กน้อย เนื่องจากเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณหยุดระบายน้ำ 2 วัน และมีปริมาณน้ำที่เพิ่มเติมเข้ามา เพราะฉะนั้นวันนี้อาจจะเริ่มมีการเปิดให้มีการระบายน้ำออกจากเขื่อนทั้ง 2 เขื่อน ซึ่งทางน้ำก็จะไปที่แม่น้ำแม่กลอง เขื่อนวชิราลงกรณ มวลน้ำจะใช้เวลา 3 วัน ไปยังเขื่อนแม่กลอง และจากเขื่อนแม่กลองจะลงไปสู่อัมพวา ใช้เวลาประมาณ 17 ชั่วโมง

สำหรับพื้นที่ที่จะต้องเฝ้าระวัง เป็นพื้นที่ริมน้ำแม่กลองของจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม ขอให้ประชาชนได้รับฟังข้อมูลจากการแจ้งเตือนของจังหวัด และเมื่อวานนี้ก็มีการแจ้งเตือนโดย ปภ. เรียบร้อย 

อย่างไรก็ตาม ถ้ามีสถานการณ์เพิ่มเติม ก็จะมีการแจ้งเตือนเพิ่มเติม ขอให้ประชาชนฝั่งน้ำแม่กลองติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด การติดตามตัวเลขการระบายน้ำ ถ้ามีการประกาศระบายน้ำทุก ๆ การระบายน้ำที่เพิ่มขึ้น 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นจากเดิม 20 เซนติเมตร เพราะฉะนั้นในบางที่ที่มีตลิ่งไม่เท่ากัน ก็ขอให้พิจารณาตัวเลขตามนี้ พื้นที่ริมน้ำแม่กลองคือจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม อาจจะเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 1 เมตร จากปัจจุบัน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ขอให้ผู้ที่อาศัยอยู่ริมน้ำให้ยกของให้พ้นจากระดับที่มีการเตรียมการไว้

สำหรับที่จังหวัดจันทบุรี ที่มีข่าวเรื่องเหมืองแร่เก่ามีน้ำทะลักออกมา เมื่อวานนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปตรวจสอบ พบว่าบริเวณที่มีการกัดเซาะและแตกนั้นไม่ได้เป็นบริเวณที่มีการทำเหมือง แต่เป็นบริเวณที่ห่างจากเหมืองเดิมประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นจุดที่ใช้ดักตะกอนและกักเก็บน้ำ อย่างไรก็ตาม กรมควบคุมมลพิษได้เก็บตัวอย่างน้ำและตะกอนไปตรวจแล้ว จะรอผลการตรวจว่ามีตะกั่วอยู่หรือไม่ ก็จะรายงานให้ทราบต่อไป

*เพชรบุรี เกาะติดสถานการณ์น้ำใกล้ชิด

ส่วนของจังหวัดเพชรบุรี กรมชลประทานได้มีการหน่วงน้ำ เพื่อลดผลกระทบกับพี่น้องชาวเพชรบุรี ปัจจุบันนี้เขื่อนรับน้ำอยู่ที่ประมาณ 97% ของความจุ ซึ่งยังมีพื้นที่ความจุที่จะรับน้ำได้เพิ่มเติม และถ้าฝนไม่ได้ตกเพิ่มเติม น้ำไม่ได้เข้ามาเพิ่ม ก็จะอยู่ในการบริหารจัดการ แต่อย่างไรก็ตาม ขอให้ชาวจังหวัดเพชรบุรีมีการติดตามสถานการณ์และการแจ้งเตือนอย่างใกล้ชิด

*เตือนปราจีนบุรี ระยอง สระแก้ว ย้ายจากพื้นที่ลุ่มน้ำ

ขณะที่ภาคตะวันออก สถานการณ์จากเมื่อวานที่มีฝนตกเพิ่มเติม มีน้ำเอ่อล้นขึ้นมาบริเวณริมแม่น้ำ จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวัง คือจังหวัดปราจีนบุรี อำเภอกบินทร์บุรี เมื่อคืนนี้ได้ผ่านจุดสูงสุดแล้ว ปัจจุบันน้ำน่าจะเริ่มลดลง ถ้าเกิดว่าวันนี้ฝนตกน้อยลง มวลน้ำที่ผ่านกบินทร์บุรีจะลงไปสู่อำเภอเมืองปราจีนบุรี วันนี้ชาวอำเภอเมืองปราจีนบุรีอาจจะมีน้ำล้นคันกั้นน้ำได้ ซึ่งทางจังหวัดได้เตรียมการและแจ้งเตือนประชาชนแล้ว 

พร้อมกับขอให้ประชาชนมีการเตรียมการ ซึ่งจังหวัดปราจีนบุรีอาจจะมีน้ำที่เพิ่มขึ้นและเกิดน้ำท่วมมากว่ารอบที่ผ่านมา จึงขอให้ยกของอยู่ในพื้นที่ที่สูงกว่าเดิม

ส่วนจังหวัดระยอง ฝนจะตกหนักที่อำเภอแกลง และน้ำจากอ่างประแสร์ที่ล้นสปิลเวย์จะไปที่เมืองระยอง ตอนนี้ก็ยังมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขอให้ประชาชนเฝ้าระวัง และจากที่มีข้อมูลข่าวสารทางโลกออนไลน์หลายกระแส ที่พูดถึงเรื่องของอ่างเก็บน้ำคลองระโอกว่ามีการแตกแล้ว โดยขอยืนยันอีกครั้งว่า กรมชลประทานเข้าไปดูแล้ว มีการซ่อมแซมส่วนที่กัดเซาะด้านข้าง ไม่ได้มีการพังหรือแตกแต่อย่างใด ขอให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดระยองไม่ต้องมีความกังวลว่าจะมีเขื่อนแตก เพราะฉะนั้น สิ่งที่มีข้อมูลข่าวสาร ไม่ว่าจะออกมาช่องทางไหนที่ไม่ใช่ช่องทางของศูนย์เรา ขอให้ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องด้วย

ส่วนจังหวัดสระแก้ว ยังมีข้อมูลทรงตัวอยู่ และได้ส่งความช่วยเหลือเข้าไปแล้ว เพราะฉะนั้นในภาคตะวันออกจะเน้นย้ำอยู่ 3 จังหวัด คือ ปราจีนบุรี ระยอง สระแก้ว และแนะนำว่าควรย้ายออกจากพื้นที่ลุ่มน้ำริมน้ำเพื่อความปลอดภัย เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างทันท่วงที ถ้าเกิดมีน้ำเอ่อล้นขึ้นมา ย้ำว่ากลุ่มเปราะบางในพื้นที่เสี่ยงให้ออกจากพื้นที่

นายเอกภพ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในวันนี้หวังว่า ประชาชนที่ได้รับข้อมูลข่าวสารจะนำข้อมูลข่าวสารนั้นไปขยายต่อ ให้ทุกคนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง และรับฟังหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาหรือตัดสินใจในการอพยพเคลื่อนย้าย ในส่วนของจังหวัดทางภาคตะวันออกและภาคตะวันตก ที่ได้มีการอพยพเคลื่อนย้ายออกมาแล้วและอยู่ในพื้นที่พักพิง ขอเน้นย้ำว่าจังหวัดดังกล่าวเหล่านั้นยังอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงอยู่ อย่าเพิ่งรีบกลับเข้าไปสู่บ้านพัก

“สิ่งที่รัฐบาลจะดำเนินการอยู่คือ พยายามประสานทุกหน่วยงานให้ดำเนินการร่วมกัน พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้พี่น้องประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินอย่างที่สุด ในการประชุม ครม. ที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ จะมีการพูดถึงแผนระยะยาวที่จะดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว และจะมีการพูดถึงการฟื้นฟูหลังจากน้ำท่วม ก็จะมีการพูดถึงงบกลางที่จะใช้ดำเนินการ รัฐบาล นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีทุกคน และหน่วยงานทุกหน่วยงานที่ร่วมกันดำเนินการ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์ทุกอย่างจะดีขึ้น เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนทุกคนจะกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะทำให้ประเทศไทยได้มีการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากและน้ำแล้งในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ”นายเอกภพ กล่าว

ส่วนเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย นายเอกภพ กล่าวว่า สิ่งที่พิจารณาในคณะรัฐมนตรี จะตั้งคำของบกลางจากปี 2569 ที่จะหมดในวันที่ 30 กันยายนนี้ จำนวน 2,000 ล้านบาท ในรายละเอียดได้พูดคุยกันระหว่างกรุงเทพมหานครกับสำนักงบประมาณ เพื่อให้การแบ่งเยียวยาเป็นไปในมาตรฐานเดียวกัน และเป็นไปในรูปแบบเดียวกันกับประชาชนทั่วทั้งประเทศซึ่งยังต้องมีการพูดคุยอยู่ แต่ในส่วนของการดำเนินการตามระเบียบตามวิธีการ ไม่ว่าพื้นที่ใดก็ตามที่มีน้ำท่วม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องเป็นผู้ดำเนินการรวบรวมข้อมูล สำรวจ และทำคำของบประมาณมาที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมไปถึง กทม. ก็จะมีงบประมาณของตัวเอง ซึ่งวันนี้ต้องดูว่าจะจัดสรรแบ่งปันอย่างไร แต่ยืนยันว่าการช่วยเหลือจะถึงพี่น้องประชาชนอย่างรวดเร็วที่สุด พร้อมย้ำว่าทั่วประเทศจะต้องได้รับการช่วยเหลือในลักษณะเดียวกัน

โดย ฐานิสร์ ทองนอก