
สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลีย (ABS) เปิดเผยในวันนี้ (1 ต.ค.) ว่า ยอดเกินดุลการค้าของออสเตรเลีย ลดลงสู่ระดับ 495 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียในเดือนส.ค. จากระดับ 1.35 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลียในเดือนก.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย โดยมีสาเหตุมาจากยอดการนำเข้าที่ขยายตัวรวดเร็วกว่ายอดการส่งออก
ทั้งนี้ ยอดนำเข้าในเดือนส.ค.เพิ่มขึ้น 5.8% เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 4.694 หมื่นล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนมาจากการนำเข้าสินค้าทุนที่พุ่งขึ้น 22.3% อันเนื่องมาจากการนำเข้าอุปกรณ์ประมวลผลข้อมูลอัตโนมัติที่ทะยานขึ้นถึง 79.3% นอกจากนี้ ยอดการนำเข้าทองคำที่มิใช่เงินตรา พุ่งขึ้น 91.1%
ส่วนยอดการส่งออกปรับตัวขึ้น 3.7% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 4.743 หมื่นล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งฟื้นตัวจากเดือนก.ค.ที่ลดลง 3.3% และได้แรงหนุนจากการส่งออกทองคำที่มิใช่เงินตรา ซึ่งปรับตัวขึ้น 20.2% ขณะที่การส่งออกถ่านหิน ถ่านโค้ก และถ่านอัดแท่ง ปรับตัวขึ้น 4.7%
การเปิดเผยข้อมูลการค้ามีขึ้นเพียงสองวันหลังจากธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 4.60% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งที่สี่ในปีนี้ โดยอ้างถึงราคาพลังงานทั่วโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงราคาสินค้าเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งขึ้นอันเนื่องมาจากความต้องการปัญญาประดิษฐ์ (AI)
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต





