ผู้ป่วยในกาซาเสียชีวิตกว่า 2,000 รายระหว่างรอรักษา อีก 2.1 หมื่นรายยังรออพยพ

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า โมฮัมเหม็ด อาบู อาฟาช ผู้อำนวยการหน่วยบรรเทาทุกข์ทางการแพทย์ในเมืองกาซาซิตี เปิดเผยเมื่อวันพุธ (14 ต.ค.) ว่า ผู้ป่วยในฉนวนกาซาเสียชีวิตระหว่างรอรับการรักษาและอพยพทางการแพทย์แล้ว 2,027 ราย เนื่องมาจากการปิดด่านข้ามแดนอย่างต่อเนื่องและข้อจำกัดการนำยาและเวชภัณฑ์เข้าสู่พื้นที่ โดยยังมีผู้ป่วยกว่า 21,000 รายที่จำเป็นต้องได้รับการอพยพทางการแพทย์ ทว่าในช่วง 5 วันที่ผ่านมาไม่มีผู้ป่วยรายใดเดินทางออกจากฉนวนกาซาผ่านด่านราฟาห์ได้

อาบู อาฟาช ระบุว่าการปิดด่านข้ามแดนและความล่าช้าในการอพยพผู้ป่วยยิ่งทำให้อาการของผู้ป่วยทรุดตัวลงและนำสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยโรคมะเร็ง ไตวาย โรคหัวใจ และโรคเรื้อรังอื่น ๆ

ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลทั่วฉนวนกาซากำลังขาดแคลนทรัพยากรทางการแพทย์และอุปกรณ์ตรวจวินิจฉัยอย่างรุนแรง รวมถึงบริการห้องปฏิบัติการและรังสีวิทยา ห้องผ่าตัด ยา และเวชภัณฑ์อื่น ๆ ซึ่งทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถเข้าถึงการรักษาที่เหมาะสมได้

อาบู อาฟาชเปิดเผยว่าก่อนเกิดสงคราม ฉนวนกาซามีศูนย์บริการสุขภาพที่เปิดดำเนินการมากกว่า 574 แห่ง แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 227 แห่งและมีทรัพยากรจำกัด พร้อมเสริมว่าสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อบริการด้านสุขภาพสำหรับหญิงตั้งครรภ์และเด็ก

ด้านหน่วยงานสาธารณสุขในกาซาระบุว่าโรงพยาบาลได้รับร่างผู้เสียชีวิต 3 รายและผู้บาดเจ็บ 17 รายในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตนับตั้งแต่การหยุดยิงเมื่อเดือนตุลาคม 2568 เพิ่มเป็น 1,501 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 5,323 ราย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตสะสมในฉนวนกาซานับตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. 2566 เพิ่มขึ้นเป็น 74,392 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 175,440 ราย

โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต

ข่าวล่าสุด