
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เปิดเผยผ่านรายการ “คุยกับนายกฯ อนุทิน” ถึงทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่จังหวัดอุดรธานี ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 3 พ.นี้ รัฐบาลเตรียมนำวาระแห่งชาติด้านการเกษตรเข้าหารือเพื่อวางโครงสร้างนโยบาย และยกระดับภาคเกษตรกรรมให้เป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะต่อไป
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ความขัดแย้งและความผันผวนในหลายภูมิภาคทั่วโลก ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) กำลังกลายเป็นจุดแข็งเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของประเทศไทย เนื่องจากไทยมีฐานการผลิตที่อุดมสมบูรณ์และศักยภาพสูงในการส่งออกอาหารป้อนตลาดโลก
“ในขณะที่คุณขายน้ำมันเรา แต่คุณผลิตอาหารได้สู้เราไม่ได้ ในความไม่แน่นอนในหลายภูมิภาคของโลก ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น นึกถึงประเทศไทย เราเป็นประเทศที่ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างยิ่งทางด้านอาหาร”นายอนุทิน กล่าว
สำหรับเป้าหมายสำคัญของยุทธศาสตร์วาระแห่งชาติด้านเกษตรนี้ รัฐบาลมุ่งเน้นให้มูลค่าการส่งออกกระจายลงสู่เกษตรกรอย่างแท้จริงโดยนิยามความสำเร็จหรือคำว่า “เกษตรกรรวย”ไม่ใช่การเป็นมหาเศรษฐี แต่หมายถึง การที่เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้เพียงพอ มีเงินเก็บออม และไม่ต้องแบกรับภาระหนี้สินครัวเรือน
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังชี้ให้เห็นถึงปัจจัยที่ทำให้ราคาพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้นกว่า 2 เท่าในช่วงที่ผ่านมาว่า เป็นผลมาจากมาตรการสกัดกั้นสินค้าเกษตรเถื่อนและการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างต่อเนื่องกว่า 1 ปี ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้ผลผลิตเถื่อนเข้ามาทะลักกดราคาเกษตรกรในประเทศ
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนประชาชนเข้าร่วมงานมหกรรมพืชสวนโลกที่จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นเวทีสากลสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และแลกเปลี่ยนความรู้รวมถึงเทคโนโลยีทางการเกษตรกับนานาชาติ
โดย ฐานิสร์ ทองนอก





