สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 ส.ค. 68)
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 32.35 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากช่วงเช้าที่ เปิดตลาดที่ระดับ 32.39 บาท/ดอลลาร์ ระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.35-32.44 บาท/ดอลลาร์ ทั้งนี้ ระหว่างยังไม่มีปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเคลื่อน ไหวของเงินบาทมากนัก โดยเงินบาทแข็งค่าแข็งค่าตามทิศทางสกุลเงินในภูมิภาค และเป็นการแข็งค่า รองจากเงินวอนของเกาหลี ส่วนปัจจัยอื่น ๆ ยังไม่มีอะไรใหม่ โดยตลาดยังคาดหมายว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก. ย.นี้ รวมทั้งความกังวลต่อการเป็นอิสระในการทำงานของเฟด ภายหลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งปลด "ลิซ่า คุก" ออกจาก ตำแหน่งสมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟด ขณะที่ คืนนี้ต้องติดตามการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่สำคัญ คือ ตัวเลข GDP ไตรมาส 2/68 และยอดขอรับ สวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.30 - 32.50 บาท/ดอลลาร์ โดยพรุ่งนี้ปัจจัยการเมืองใน ประเทศสำคัญที่ต้องติดตาม คือ การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในคดีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับสมเด็จฮุน เซน THAI BAHT SPOT RATE FIXING อยู่ที่ระดับ 32.3924 บาท/ดอลลาร์ * ปัจจัยสำคัญ - เงินเยน อยู่ที่ระดับ 147.11 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 147.26 เยน/ดอลลาร์ - เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1640 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1640 ดอลลาร์/ยูโร - ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนก.ค. 68 อยู่ที่ระดับ 93.34 หดตัว 3.98% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านอัตราการใช้กำลังการผลิต (CapU) เดือน ก.ค. 68 อยู่ที่ 57.37% - สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ปรับประมาณการดัชนี MPI ปี 68 โดยคาดว่าจะขยายตัวได้ 0.0-0.5% จาก ประมาณการเดิมที่ 0-1% โดยมีปัจจัยกดดันจากความไม่แน่นอนของนโยบายด้านเศรษฐกิจ และมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ความ สามารถในการแข่งขันที่ชะลอตัวลง ปัญหาหนี้ครัวเรือน และการบริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัว อีกทั้งภาคการท่องเที่ยว มีทิศทางชะลอตัวต่อเนื่อง - สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เผยภาวะเศรษฐกิจการคลังเดือนก.ค.68 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้า ที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13 ขณะที่การลงทุนภาคเอกชน และการท่องเที่ยวต่างชาติ ส่งสัญญาณชะลอตัว ทั้งนี้ จำเป็นต้องติดตามทิศ ทางการส่งออกสินค้าครึ่งปีหลัง และการผลิตอุตสาหกรรม ภายหลังมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ของสหรัฐฯ เริ่มมีผลบังคับใช้ - "กลุ่มรวมพลังแผ่นดิน" เตรียมปักหลักชุมนุมต่อเนื่อง โดยจะแถลงความชัดเจนในวันที่ 29 ส.ค.นี้ หลังรู้ผลคำพิพากษาของ ศาลรัฐธรรมนูญ ในคดีคลิปเสียงของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี - ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 5.0% โดยการปรับลดดอกเบี้ยลงใน ครั้งนี้ เกิดขึ้น หลังจากข้อมูลในเดือนนี้บ่งชี้ว่า อัตราเงินเฟ้อของฟิลิปปินส์ ลดลงเหลือ 0.9% ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ เกือบ 6 ปี ขณะที่เศรษฐกิจขยายตัว 5.5% ต่อปีในไตรมาส 2 ซึ่งถือเป็นการขยายตัวต่อปีเร็วที่สุดในรอบ 1 ปี - ธนาคารพาณิชย์ในจีน กำลังเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบลูกค้าที่ใช้บัตรเครดิตเพื่อลงทุนในหุ้น เนื่องจากมีนักลงทุน รายย่อยจำนวนมากได้เข้ามาลงทุนในตลาด เพื่อหวังได้ประโยชน์ภาวะการซื้อขายที่คึกคักในตลาดหุ้นจีน ซึ่งมีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้าน ดอลลาร์ - ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ในปี 2568 สู่ระดับ 0.9% จากเดิม 0.8% หลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่า การอุปโภคบริโภคฟื้นตัว โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากงบประมาณเพิ่มเติมของรัฐบาล รวมถึงกรณีที่รัฐบาลเกาหลีใต้ สามารถบรรลุข้อตกลง การค้ากับสหรัฐฯ