ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 32.39 แข็งค่าเล็กน้อย ตลาดรอติดตามข้อมูลศก.สหรัฐคืนนี้ ให้กรอบ 32.25-32.55

          นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงิน
บาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.39 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากปิดวันก่อนที่ระดับ 32.48 บาท/ดอลลาร์ 
          โดยตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยแข็งค่าขึ้นบ้างในลักษณะ Sideways Down หนุนโดยการปรับตัวขึ้นต่อ
เนื่องของราคาทองคำ 
          วันนี้ ตลาดจะรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญจากสหรัฐฯ อาทิ อัตราการเติบโตเศรษฐกิจไตรมาสที่ 2 ยอดผู้ขอรับ
สวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) รวมถึงข้อมูลตลาดบ้าน นอกจากนี้ ตลาดจะจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคาร
กลางสกรัฐ (เฟด) ส่วนในฝั่งยุโรป ตลาดจะรอติดตามรายงานการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) เพื่อหาสัญญาณต่อแนวโน้มการปรับ
นโยบายการเงินของ ECB ในระยะข้างหน้า 
          สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาทนั้น ในช่วงระหว่างวัน เงินบาทมีโอกาสเผชิญแรงกดดันบ้าง จากทั้งโฟลว์ธุรกรรมซื้อเงิน
ดอลลาร์ และสกุลเงินต่างประเทศอื่น ๆ จากผู้เล่นในตลาด อาทิ ฝั่งผู้นำเข้า รวมถึงแรงขายสินทรัพย์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติ 
โดยเฉพาะแรงขายหุ้นไทย 
          ขณะเดียวกัน ราคาทองคำได้ปรับตัวขึ้นและเห็นแรงขายทำกำไร ซึ่งภาพดังกล่าวจะช่วยชะลอการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทได้ 
ทั้งนี้ เงินบาทมีโอกาสเผชิญแรงรับรู้ปัจจัยใหม่ ๆ เพิ่มเติม ซึ่งภาพดังกล่าวจะช่วยชะลอการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทได้ 
          นายพูน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 32.25-32.55 บาท/ดอลลาร์ 
          SPOT ล่าสุด อยู่ที่ระดับ 32.4175 บาท/ดอลลาร์

          * ปัจจัยสำคัญ

          - เงินเยน อยู่ที่ระดับ 147.26 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 147.87/88 เยน/ดอลลาร์ 
          - เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1640 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานที่ระดับ 1.1592/1593 ดอลลาร์/ยูโร
          - อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 32.502 บาท/ดอลลาร์
          - สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จะเปิดเผยรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังเดือนก.ค. และภาวะเศรษฐกิจการคลัง
ภูมิภาคเดือนก.ค. รวมถึงดัชนีเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคเดือนส.ค.
          - สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) แถลงดัชนีอุตสาหกรรมเดือนกรกฎาคม 2568
          - ประธาน ส.อ.ท.ชี้เอกชนห่วงสุญญากาศทางการเมือง ซ้ำเติม ศก. กำลังเผชิญกับความเสี่ยงรอบด้าน หวั่นเบิกจ่ายงบลง
ทุนล่าช้า หอการค้าหวัง รบ.มีเสถียรภาพ
          - "เอสซีบี เอกซ์" ยก "เวอร์ชวลแบงก์" เป็นธุรกิจการเงินแห่งอนาคต เชื่อยังมีโอกาสแข่งขัน แม้การใช้โมบายแบงกิ้งใน
ไทยอยู่ระดับสูง จากการเข้าถึงบริการการเงินคนไทยยังต่ำ ย้ำยังมีโอกาสแข่งขันทั้งต้นทุนที่อยู่ระดับต่ำเพียง 30% หากเทียบกับระบบแบงก์
ในปัจจุบันที่สูง แตะ 38%
          - "ฐาปนีย์" ลุยยกเครื่องความปลอดภัย อัปเกรดผู้ประกอบการท่องเที่ยวผ่านการนำร่องกลุ่มโรงแรมที่พัก ปักหมุดเปิดรับ
สมัครผู้ประกอบการร่วมโครงการ ดีเดย์ ก.ย.68 ย้ำภาพลักษณ์สู่การเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวคุณภาพ
         - ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า เขาจะมีเสียงข้างมากในคณะกรรมการผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในไม่
ช้า ซึ่งจะสนับสนุนความต้องการของเขาในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
          - ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ออกแถลงการณ์ระบุว่า เฟดจะปฏิบัติตามคำตัดสินของศาล เกี่ยวกับการที่ประธานาธิบดีโดนัล
ด์ ทรัมป์ มีอำนาจตามกฎหมายหรือไม่ ในการปลด "ลิซา คุก" ออกจากตำแหน่งสมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟด
          - ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขานิวยอร์ก กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของความเป็นอิสระของเฟด ขณะที่
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์พยายามที่จะมีอิทธิพลต่อทิศทางนโยบายการเงินของเฟด
          - สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเยนและยูโร ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (27 ส.
ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะเปิดเผยในเร็ว ๆ นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้เกี่ยวกับทิศทางนโยบายการ
เงิน           
          - สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 15.60 ดอลลาร์ หรือ 0.45% ปิดที่ 
3,448.60 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยสัญญาทองคำตลาดนิวยอร์ก ปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 2 ซึ่งตลาดยังคงได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนเข้า
ซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) 
          - ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ วันนี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) 
ไตรมาส 2/2568 (ประมาณการครั้งที่ 2) และยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (Pending Home Sales) เดือนก.ค.
          - นักลงทุนรอดูตัวเลขรายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงิน
เฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ และคาดว่าอาจจะบ่งชี้ถึงทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี PCE จะเพิ่มขึ้น 
2.6% ในเดือนก.ค. หลังจากที่ปรับตัวขึ้น 2.6% ในเดือนมิ.ย.เช่นกัน