ประท้วงในอิหร่านส่อเค้าเดือด ล่าสุดเสียชีวิตกว่า 500 ราย ปชช.ถูกจับกว่า 1 หมื่นราย

ข้อมูลล่าสุดจากหน่วยข่าวนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน (HRANA) ซึ่งมีฐานอยู่ในสหรัฐฯ ระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ประท้วงในอิหร่านในขณะนี้มีมากกว่า 500 ราย โดยในจำนวนนี้เป็นผู้ประท้วงจำนวน 490 ราย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจำนวน 48 ราย นอกจากนี้ ยังมีประชาชนกว่า 10,600 รายถูกจับกุมตัวในเหตุการณ์ความไม่สงบที่ยึดเยื้อเป็นเวลานานสองสัปดาห์

รายงานจาก HRANA ซึ่งมีการเปิดเผยในวันอาทิตย์ (12 ม.ค.) เกิดขึ้นในขณะที่อิหร่านกำลังเผชิญกับการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2565 โดยการชุมนุมเริ่มต้นขึ้นในย่านศูนย์การค้าในกรุงเตหะรานเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2568 เนื่องจากประชาชนได้ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อวิกฤตเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่รัฐบาลไม่สามารถจัดการกับปัญหาการอ่อนค่าลงของเงินเรียล และราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น

การประท้วงดังกล่าวยังได้ก่อให้เกิดกระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะใช้ปฏิบัติการทางทหารเข้าแทรกแซงอิหร่าน หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่า หากอิหร่านใช้ความรุนแรงสังหารผู้ประท้วงที่ชุมนุมอย่างสันติ สหรัฐฯ จะเข้าช่วยเหลือพวกเขา

ด้าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเตือนว่า อิหร่านจะโจมตีฐานทัพทหารของสหรัฐฯ หากปธน.ทรัมป์ดำเนินการตามคำขู่ที่จะเข้าแทรกแซงเพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้ประท้วง นอกจากนี้ ทางการอิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลเป็นผู้ปลุกปั่นความวุ่นวายในครั้งนี้

หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานว่า ปธน.ทรัมป์มีกำหนดจะประชุมร่วมกับคณะที่ปรึกษาอาวุโสของสหรัฐฯ ในวันอังคารนี้ (13 ม.ค.) เพื่อหารือเกี่ยวกับทางเลือกต่าง ๆ ที่จะนำมาใช้กับอิหร่าน โดยทางเลือกเหล่านั้นรวมถึงการโจมตีทางทหาร การใช้อาวุธไซเบอร์ที่เป็นความลับ การขยายขอบเขตการคว่ำบาตร และการให้ความช่วยเหลือทางออนไลน์แก่แหล่งข่าวที่ต่อต้านรัฐบาลอิหร่าน

รายงานระบุว่า การไหลเวียนของข้อมูลข่าวสารจากอิหร่านถูกขัดขวางเนื่องจากมีการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 8 ม.ค. ส่งผลให้อิหร่านซึ่งเป็นประเทศซึ่งมีประชากรราว 92 ล้านคนแห่งนี้ ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (UN) ได้โพสต์ข้อความบน X ว่า เขารู้สึกตกใจต่อการใช้ความรุนแรงในอิหร่าน และเรียกร้องให้ทางการอิหร่านใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างสูงสุด โดยระบุว่า “สิทธิในเสรีภาพในการแสดงออก ตลอดจนการสมาคมและการชุมนุมโดยสงบนั้น จะต้องได้รับการเคารพและคุ้มครองอย่างเต็มที่”

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 ม.ค. 69)