
ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (26 ม.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาความเคลื่อนไหวของสกุลเงินเยนอย่างใกล้ชิด หลังจากนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นส่งสัญญาณว่าจะใช้มาตรการสกัดการเก็งกำไรในตลาด พร้อมกับเตือนว่าทางการญี่ปุ่นมีความพร้อมที่จะใช้มาตรการเหล่านี้หากตลาดมีความผันผวนมากเกินไป
ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 26,775.77 จุด เพิ่มขึ้น 26.26 จุด หรือ +0.10%, ดัชนีเซี่ยไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ 4,141.01 จุด เพิ่มขึ้น 4.85 จุด หรือ +0.12% และดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 52,812.45 จุด ลดลง 1,034.42 จุด หรือ -1.92%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้น 0.64% ส่วนตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดทำการวันนี้เนื่องในวันชาติ
เงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างมากเมื่อวันศุกร์ และแข็งค่าต่อเนื่องในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากมีรายงานว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขานิวยอร์กได้ดำเนินการตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยน หรือที่เรียกว่า Rate Check กับธนาคารรายใหญ่ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (23 ม.ค.) ด้วยการสอบถามความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์และเยน ซึ่งโดยทั่วไปถูกมองว่าเป็นสัญญาณที่อาจเกิดขึ้นก่อนการเข้าแทรกแซงตลาด
ด้านนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ กล่าวว่า รัฐบาลจะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อจัดการกับความเคลื่อนไหวแบบเก็งกำไรและความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติอย่างมาก
ขณะเดียวกัน นักลงทุนประเมินสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างระมัดระวัง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาสูงถึง 100% หากแคนาดาเดินหน้าทำข้อตกลงทางการค้ากับจีน ขณะที่มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ออกมาชี้แจงในเรื่องนี้ว่า แคนาดาจะไม่ทำข้อตกลงการค้าเสรีกับจีนโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า และไม่มีความตั้งใจที่จะทำเช่นนั้น
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ม.ค. 69)




