BCH เตรียมพร้อม 3 รพ.ในเครือ รองรับหากโควิด-19 ลุกลาม

นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บางกอก เชน ฮอสปิทอล (BCH) เปิดเผยกับ “อินโฟเควสท์” ว่า โรงพยาบาลในเครือของ BCH ประสานงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องการให้บริการด้านสุขภาพของคนไทยอย่างต่อเนื่องเพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ในไทย

หากจำนวนของผู้ติดเชื้อโควิด-19 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรืออาจต้องยกระดับเข้าสู่เฟส 3 บริษัทมีความพร้อมทางการแพทย์หลายส่วนทั้งบุคลากรทางการแพทย์ อุปกรณ์ รวมถึงการเตรียมสถานที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ สาขาประชาชื่น และสาขาบางแค ครอบคลุมการให้บริการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่วนพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 ครอบคลุมจังหวัดนนทบุรี-สระบุรี เตรียมสถานที่โรงพยาบาลการุญเวช สาขาอยุธยา เพื่อรองรับดูแลและรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่อาการเริ่มต้นไปจนถึงอาการรุนแรงที่จำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

ขณะที่จำนวนเตียงที่ไว้รองรับผู้ป่วยโรงพยาบาลมีความพร้อมกว่า 100 เตียง และอยู่ระหว่างพัฒนาห้องดูแลผู้ป่วยหนัก (ICU) อีก 21 ห้องเป็นการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 เต็มรูปแบบได้รับการตรวจรองรับมาตรฐานจากหน่วยงานของกรมการแพทย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ตอนนี้โรงพยาบาลในเครือของ BCH เตรียมพร้อมให้บริการโควิด-19 อย่างเต็มรูปแบบ เชื่อว่ามีจำนวนเตียงเพียงพอสำหรับรองรับดูแลผู้ป่วยโควิด-19 หากแนวโน้มของผู้ติดเชื้อมีจำนวนเพิ่มขึ้น แต่เราต้องควบคุมลดจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในไทยให้ได้รวดเร็วที่สุด” นพ.เฉลิม กล่าว

นพ.เฉลิม กล่าวต่อว่า โรงพยาบาลในเครือ BCH เปิดให้บริการคัดกรองและตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทั้งรูปแบบ Drive-Thru ผู้เข้ารับบริการไม่ต้องลงจากรถ และตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ของโรงพยาบาลในเครือแต่มีการคัดแยกเป็นพิเศษออกจากผู้ป่วยทั่วไป

ล่าสุดบริษัทร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้บริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 สำหรับกลุ่มที่มีความเสี่ยงทางโรงพยาบาลจะไม่คิดค่าใช้จ่าย ประกอบด้วย ผู้ที่มีสิทธิประกันสังคม, บัตรทอง รวมถึงข้าราชการ โดยแสดงบัตรประชาชนตัวเลข 13 หลักที่จุดรับบริการของโรงพยาบาลในเครือ ได้แก่ โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ สาขา ประชาชื่น, บางแค, รัตนาธิเบศร์, รามคำแหง, สระบุรี, ศรีบุรินทร์, แม่สาย, ฉะเชิงเทรา และโรงพยาบาลการุญเวช ปทุมธานี เป็นต้น

นอกจากนี้ โรงพยาบาลอยู่ระหว่างเพิ่มจำนวนห้อง LAB อีก 3 แห่งที่มีมาตรฐานขั้นสูงคาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 20 เม.ย.นี้จากปัจจุบันที่มีห้อง LAB อยู่ 2 แห่ง เพื่อเพิ่มจำนวนการผลิตตรวจหาเชื้อโควิด-19 ของผู้เข้ามารับบริการในแต่ละวัน ปัจจุบันสามารถตรวจเช็กเชื้อและทราบผลได้จำนวน 900 รายต่อวัน แต่ถ้าห้อง LAB ใหม่แล้วเสร็จจะเพิ่มจำนวนตรวจเช็กเชื้อและทราบผลได้มากกว่า 2,000 รายต่อวันทราบผลได้ภายใน 4-6 ชั่วโมง

สำหรับกลุ่มเสี่ยงตามหลักเกณฑ์ผู้ป่วยโควิด-19 ประกอบด้วย

1.เป็นผู้ที่มีประวัติเสี่ยงอย่างใดอย่างหนึ่งในช่วง 14 วันก่อนมีอาการ เช่น มีประวัติอยู่ในพื้นที่เสี่ยงโรคโควิด-19 ,ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว สถานที่แออัดหรือติดต่อกับคนจำนวนมาก ,ไปในสถานที่ชุมชน หรือสถานที่ที่มีการรวมกลุ่มคน อาทิ ตลาดนัด ห้างสรรพสินค้า สถานพยาบาล หรือขนส่งสาธารณะ ,สัมผัสกับผู้ป่วยโควิด-19 ,รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยง

2.อาการโควิด-19 มีไข้ 37.5 องศาเซลเซียส ร่วมกับอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง อาทิ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ หายใจเหนื่อยหอบ หายใจลำบาก

3.ผู้ป่วยปอดอักเสบเรื้อรัง หาสาเหตุไม่ได้หรือรักษาแล้วอาการไม่ดีขึ้น

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 เม.ย. 63)

Tags: , ,