วุฒิสภาสหรัฐไฟเขียวร่างกม.เปิดทางเพิกถอนหุ้นบริษัทจีนออกจากตลาด

วุฒิสภาสหรัฐมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ผ่านร่างกฎหมายซึ่งอาจทำให้บริษัทสัญชาติจีนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐถูกถอดออกจากตลาด นอกจากนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวยังอาจจะทำให้บริษัทจีนจำนวนมากไม่สามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ หรือระดมเงินทุนจากนักลงทุนชาวอเมริกันได้ในอนาคต

นายจอห์น เคนเนดี้ วุฒิสมาชิกรัฐหลุยส์เซียนาจากพรรครีพับลิกัน ได้เสนอร่างกฎหมาย “Holding Foreign Companies Accountable Act” ให้วุฒิสภาพิจารณาเมื่อวานนี้ตามเวลาสหรัฐ โดยร่างกฎหมายดังกล่าวได้รับเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้น โดยไม่มีผู้คัดค้าน ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนจากนายคริส แวน โฮลเลน วุฒิสมาชิกรัฐแมรีแลนด์จากพรรคเดโมแครต และนายเควิน คราเมอร์ วุฒิสมาชิกจากรัฐนอร์ธดาโกตาจากพรรครีพับลิกัน

ร่างกฎหมายดังกล่าวกำหนดว่า บริษัทสัญชาติจีนที่เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐนั้น จะต้องไม่ถูกควบคุมหรือเป็นเจ้าของโดยรัฐบาลต่างชาติ นอกจากนี้ บริษัทสัญชาติจีนจะต้องยื่นรายงานด้านการเงินเพื่อให้คณะกรรมการกำกับดูแลด้านการบัญชีของบริษัทจดทะเบียน ทำการตรวจสอบบัญชี โดยคณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ตรวจสอบบัญชีของบริษัทสหรัฐทุกแห่งที่ต้องการเข้ามาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์

ทั้งนี้ วุฒิสมาชิกแคนเนดี้กล่าวว่า “ผมไม่ต้องการทำสงครามเย็นรอบใหม่ สิ่งที่ผมต้องการและเชื่อว่าเราทุกคนต้องการก็คือ จีนจะต้องเล่นตามกติกา”

ร่างกฎหมาย Holding Foreign Companies Accountable Act จะถูกส่งให้สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐพิจารณาเป็นลำดับต่อไป ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมาย

ด้านคณะกรรมาธิการฝ่ายกิจการทบทวนเศรษฐกิจและหลักทรัพย์สหรัฐ-จีนเปิดเผยว่า มีบริษัทสัญชาติจีนจำนวน 165 แห่งที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งรวมถึง อาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิ้ง, ไป่ตู้ อิงค์ และ JD.com ซึ่งบริษัทเหล่านี้มีความเสี่ยงที่จะถูกถอดออกจากการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐ หากร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ

รายงานระบุว่า แม้ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้น 369.04 จุด หรือ 1.52% เมื่อคืนนี้ (20 พ.ค.) แต่บรรยากาศการซื้อขายในระหว่างวันได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีนอาจจะกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากวุฒิสภาสหรัฐไฟเขียวร่างกฎหมาย Holding Foreign Companies Accountable Act

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 พ.ค. 63)

Tags: , , , ,