ธปท.กำชับแบงก์รับมือสิ้นสุดพักหนี้ จัดสมดุลตั้งสำรองควบคู่ปรับโครงสร้างหนี้

นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้แจ้งธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งให้จัดส่งข้อมูลการช่วยเหลือลูกหนี้ผ่านมาตรการต่างๆ รวมถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างหนี้ให้กับลูกหนี้ หลังหมดมาตรการพักหนี้เป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา

ด้านลูกหนี้กลุ่มที่ติดต่อไม่ได้ ซึ่งถือเป็นกลุ่มลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงที่มีสัดส่วนราว 6% เป็นกลุ่มที่ ธปท.ได้เร่งรัดให้สถาบันการเงินเร่งเจรจาและให้ความช่วยเหลือ เพื่อรายงานให้ ธปท.รับทราบความคืบหน้าภายในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ เพื่อประเมินและนำมาพิจารณาแผนการว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยที่ผ่านมา ธปท.ได้เร่งรัดให้ธนาคารต่างๆ ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดยจากการติดตามผลในช่วงที่ผ่านมาพบว่าลูกหนี้ของธนาคารมีสถานะดีขึ้น และเริ่มกลับมาชำระหนี้ได้ หลังจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการตั้งสำรองฯ ของสถาบันการเงินนั้น ธปท.ยังมองว่าการตั้งสำรองฯ ยังต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสม และต้องทำควบคู่กับการช่วยเหลือลูกหนี้ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งต้องมีความสมดุล เพื่อช่วยธนาคารพาณิชย์มีความเข้มแข็ง แต่ระดับการสำรองฯ ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของธนาคารต่างๆ ว่าตั้งไว้ที่ระดับเท่าไรตามความเหมาะสม โดยพิจารณาจากคุณภาพลูกหนี้เป็นหลัก พร้อมกับการควบคุมหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ทำให้ธนาคารพาณิชย์ต้องดูแลทั้งลูกหนี้และควบคุม NPL ควบคู่กันไปด้วย

“แบงก์ชาติยังคงติดตามการช่วยเหลือลูกหนี้ของแบงก์อย่างใกล้ชิด หลังจากสิ้นสุดมาตรการของแบงก์ชาติไปแล้ว ซึ่งทางเราก็อยากให้แบงก์เร่งปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้เร็ว ก็จะช่วยให้ลูกหนี้กลับมาจัดชั้นเป็นลูกหนี้ปกติได้เร็วขึ้น แต่หากลูกหนี้ยังถูกกระทบรุนแรง ติดต่อไม่ได้ หรือพิสูจน์รายได้ไม่ได้ แบงก์ก็สามารถพักหนี้ออกไปได้จนถึง 30 มิ.ย.64 เพราะมาตรการแก้ปัญหาหนี้ยังมีหลายมาตรการ และต้องรอติดตามว่าทางแบงก์ชาติจะช่วยเหลืออย่างไรต่อไป แต่ตอนนี้ เน้นไปที่การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ก่อน ตอนนี้ NPL ไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่ากับช่วยเหลือลูกหนี้ ทางเราก็รอดูตัวเลขทั้งหมดจากแบงก์ที่ให้ส่งมาภายใน 31 ธ.ค.นี้”

นายรณดล กล่าว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 ธ.ค. 63)

Tags: , , , ,
Back to Top