FDA เพิ่มคำเตือนวัคซีน J&J เสี่ยงทำปลายเส้นประสาทอักเสบ-กล้ามเนื้ออ่อนแรง

คณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐประกาศเพิ่มคำเตือนในฉลากวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) เกี่ยวกับความเสี่ยงในการเกิดโรคกลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร (Guillain Barre Syndrome หรือ GBS) มากขึ้น โดยโรค GBS เป็นโรคทางระบบประสาทที่พบได้ยากซึ่งทำให้เกิดการอักเสบของปลายเส้นประสาท กล้ามเนื้อแขนขาและใบหน้าอ่อนแรง อาการเหน็บชาตามร่างกาย และในบางกรณีอาจรุนแรงถึงขั้นเป็นอัมพาต

แม้ว่า FDA จะเปิดเผยว่า ยังไม่มีข้อมูลที่บ่งชี้ว่า วัคซีนของ J&J เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรค GBS แต่ก็ระบุว่า มีรายงานการพบโรคดังกล่าวมากขึ้น หลังจากได้รับรายงานเบื้องต้นของการเกิดโรค GBS จำนวน 100 ฉบับผ่านทางระบบการรายงานผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์จากการฉีดวัคซีนของสหรัฐ

ทั้งนี้ ในสหรัฐมีการฉีดวัคซีนของ J&J ไปแล้ว 12.8 ล้านโดส

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นเปิดแผยแถลงการณ์ของ FDA ว่า “FDA ขอประกาศแก้ไขข้อมูลให้ผู้รับการฉีดวัคซีนและผู้ให้บริการฉีดวัคซีน โดยวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของ J&J จะต้องระบุข้อมูลความเสี่ยงในการเกิดโรค GBS ในกลุ่มผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้ว”

ข้อความเตือนในฉลากวัคซีนที่ได้รับการแก้ไขระบุว่า “รายงานผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์หลังจากได้รับวัคซีนของแจนเซ่นของ J&J ที่ได้รับอนุมัติให้ใช้ได้เป็นกรณีฉุกเฉินนั้น บ่งชี้ว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีนมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรค GBS มากขึ้น ในช่วง 42 วันหลังจากการฉีดวัคซีน ถึงแม้หลักฐานขณะนี้จะบ่งชี้ว่า วัคซีนของแจนเซ่นมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงที่จะเกิดโรค GBS มากขึ้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าวัคซีนนั้นทำให้เกิดโรคดังกล่าว อย่างไรก็ดี ยังไม่มีรายงานความเสี่ยงในลักษณะเดียวกันสำหรับวัคซีนของโมเดอร์นาและของไฟเซอร์/บิออนเทค”

FDA ระบุเสริมว่า “ผู้ที่มีอาการของโรค GBS รายงานว่า เริ่มพบอาการภายใน 42 วันหลังจากได้รับวัคซีนของแจนเซ่น แต่โอกาสที่จะเกิดโรคนั้นมีน้อยมาก”

นอกจากนี้ FDA ยังให้คำแนะนำว่า ผู้ที่มีอาการแขนขาอ่อนแรงหรือเป็นเหน็บชาหลังจากได้รับวัคซีน โดยเฉพาะหากอาการดังกล่าวลามไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ก.ค. 64)

Tags: , , , , ,