TQR คาดผลงานปี 64 โตเข้าเป้า ออกกรมธรรม์รูปแบบใหม่-ขยายธุรกิจให้บริการ

นายชนะพันธุ์ พิริยะพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ที คิว อาร์ (TQR) กล่าวว่า บริษัทมั่นใจว่ารายได้ปีนี้จะเติบโต 10-20% ตามที่ตั้งเป้าไว้ หลังรายได้ช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 136 ล้านบาท และแผนการดำเนินธุรกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ และช่องทางสำหรับกรมธรรม์ประกันภัยรูปแบบใหม่ๆ ร่วมกับบริษัทประกันภัยชั้นนำ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในยุค Next Normal อาทิ การประกันภัยสุขภาพ, การประกันภัยความรับผิดทางวิชาชีพ ตลอดจน การประกันภัยความรับผิดของกรรมการและเจ้าหน้าที่ ยกตัวอย่างเช่น หมอ พยาบาล หรือผู้บริหาร รวมไปถึงกรมธรรม์ประกันภัยพืชผลทางการเกษตร

ขณะที่ การประกันภัยไซเบอร์ (Cybersecurity Insurance) มีแนวโน้มที่น่าสนใจ เพราะองค์กรต่างๆ มีความต้องการเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ทุกหน่วยงานมีการทำงานในรูปแบบ WFH จึงเปิดช่องให้อาชญากรทางไซเบอร์สามารถเข้าถึงข้อมูลและระบบการทำงานที่สำคัญขององค์กรได้ง่ายยิ่งขึ้น เพียงแค่ในครึ่งปีแรกของปี 64 การโจมตีด้วย Ransomware เพิ่มมากถึง 102% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา บริษัทฯ จึงประเมินว่า การประกันภัยไซเบอร์ จะเป็นช่องทางในการสร้างรายได้เพิ่ม เนื่องจากตลาดมีความต้องการสูง ประกอบกับบริษัทได้พัฒนาบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์และความสามารถในการให้บริการจัดหาประกันภัยต่อไว้แล้ว

รวมทั้งบริษัทจะขยายธุรกิจให้บริการ เรียนรู้-อบรม ผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งได้เริ่มมีการนำเสนอลูกค้าไปแล้วราว 4-5 ราย และคาดว่าจะปิดดีลลูกค้าได้ 2 ราย ในไตรมาส 4/64 นี้ โดยกลุ่มเป้าหมายหลักของ TQR ระยะแรกจะมุ่งเน้นไปที่ตัวแทนประกันภัย และนายหน้าประกันภัยที่อยู่ในต่างจังหวัด ซึ่งจะสามารถรับรู้รายได้จากธุรกิจนี้ได้ในทันที

“บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า ตลาดประกันภัยต่อจะยังคงสามารถเติบโตได้ในช่วงครึ่งปีหลังของ 64 เนื่องจากในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา ตลาดประกันภัยต่อยังเป็นตลาดที่เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง อัตราเบี้ยประกันภัยต่อได้ถูกปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ให้มีความเหมาะสมกับผลการรับประกันภัย รวมทั้ง ความต้องการการทำประกันภัยในรูปแบบใหม่ๆ มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เพิ่มความระมัดระวังในการรับประกันภัยในภัยที่จะก่อให้เกิดความเสียหาย ได้แก่ โรคระบาด ธุรกิจหยุดชะงัก หรือธุรกิจที่มีผลการรับประกันภัยมีผลต่อเนื่องในระยะยาว เป็นต้น เพื่อบริหารความเสี่ยงให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้ง ได้ขยายการรับประกันภัยไปในธุรกิจหลัก อย่างธุรกิจนายหน้าประภัยต่อแบบทั่วไป ทำให้มั่นใจว่าจะช่วยหนุนผลงานทั้งรายได้และกำไรให้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ในปีนี้ได้”

นายชนะพันธุ์ กล่าว

นางยุพเรศ พิริยะพันธุ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TQR กล่าวว่า ธุรกิจการให้บริการ ซึ่งเป็นการต่อยอดจากธุรกิจนายหน้าประกันภัยต่อ โดยขณะนี้ อยู่ระหว่างดำเนินการจัดตั้งบริษัท อาร์สแควร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนกับบริษัท คอร์สสแควร์ จำกัด โดย TQR ถือหุ้นในสัดส่วน 55% เพื่อประกอบธุรกิจให้บริการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อการศึกษา และการเรียนรู้ออนไลน์ โดยมีการนำเทคโนโลยีที่สามารถระบุตัวตนผู้ใช้งานหรือ Face Detection and Face Recognition มาใช้งาน ซึ่งจะเป็นเทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) ที่สามารถช่วยในการตรวจสอบ และระบุตัวตนผู้เข้าอบรมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยจะสามารถเริ่มให้บริการได้ในไตรมาส 4/64 นี้

“จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่จะเปลี่ยนไปจากเดิม โดยหันมาทำธุรกรรมที่จำเป็นต่างๆ ในรูปแบบออนไลน์กันมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งการฝึกอบรมในรูปแบบออนไลน์จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางหรือการอยู่ในที่มีคนจำนวนมาก ดังนั้น TQR จึงเชื่อมั่นว่า เทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย บริษัท อาร์สแควร์ฯ(R Square) สามารถช่วยเสริมศักยภาพและประสิทธิภาพในการฝึกอบรมออนไลน์จะเป็นสิ่งที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ในอนาคต”

นางยุพเรศ กล่าว

และบริษัทยังคงเดินหน้าเจรจาดีล M&A ในธุรกิจ Alternative Business อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าในช่วงไตรมาส 1/65 จะสามารถเห็นความชัดเจนได้อีก 1 ดีล

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 ก.ย. 64)

Tags: , , , , ,
Back to Top