SCGP เปิดขายหุ้นกู้ 5.5 พันลบ.ช่วง 1-5 มี.ค.และ 29-31 มี.ค.ใช้คืนเงินกู้

นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCGP) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ครั้งแรกมูลค่าไม่เกิน 5,000 ล้านบาท และมีหุ้นกู้สำรองไม่เกิน 500 ล้านบาท หุ้นกู้ดังกล่าวมีอายุ 3 ปี 8 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 2.65 ต่อปี เพื่อนำมาชำระคืนเงินกู้จากธนาคารพาณิชย์ที่จะครบกำหนดภายในไตรมาส 3/64 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อที่ระดับ A+(tha) จากบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจจากการเป็นผู้นำด้านบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน

การเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าวจะแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงที่ 1 ในวันที่ 1-5 มี.ค.นี้ จะให้สิทธิจองซื้อกับผู้ลงทุนทั่วไปที่เป็นผู้ถือหุ้นกู้ของ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ครั้งที่ 1/2560 (SCC214A) ที่จะครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 1 เม.ย.นี้ ด้วยอัตราส่วนเสนอขาย 1 หุ้นกู้ SCC214A ต่อ 0.2 หุ้นกู้ SCGP (SCGP24DA) จองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท ทวีคูณครั้งละ 1,000 บาท และช่วงที่ 2 ในวันที่ 29-31 มี.ค.นี้ จะเสนอขายแก่ผู้ลงทุนทั่วไป จองซื้อขั้นต่ำ 1,000,000 บาท ทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท

สำหรับผู้ถือหุ้นกู้ SCC214A และผู้ลงทุนทั่วไปที่สนใจ สามารถจองซื้อหุ้นกู้ SCGP ได้ที่ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 5 แห่ง คือ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกสิกรไทย และ ธนาคารไทยพาณิชย์ ทั้งทางออนไลน์และที่สาขาของธนาคาร โดยดาวน์โหลดใบจองซื้อได้ที่ http://investor.scgpackaging.com/th ตั้งแต่วันที่ 25 ก.พ.64

นายวิชาญ กล่าวว่า ภาพรวมการดำเนินธุรกิจของ SCGP ในปี 63 บริษัทสามารถสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 โดยมีรายได้จากการขาย 92,786 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน กำไรสุทธิ 6,457 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% เนื่องจากการขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ในระดับต่ำเพียง 0.6 เท่า

และในปี 64 บริษัทได้วางแผนขยายการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีแนวโน้มเติบโตได้ดี และรองรับความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่จะเพิ่มขึ้นหากสถานการณ์โรคระบาดเริ่มคลี่คลาย

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 ก.พ. 64)

Tags: , , , , ,
Back to Top