HPT คาดปี 64 พลิกกำไรตามเป้า รายได้พุ่งหลังโควิดตลาดหลักคลี่คลาย

นางสาวนิจวรรณ เชาว์กิตติโสภณ กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บมจ.โฮมพอตเทอรี่ (HPT) เปิดเผยว่า บริษัทฯ มั่นใจจะกลับมามียอดขายใกล้เคียงกับปี 62 ก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 โดยคาดว่าจะมียอดขายไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท จากคำสั่งซื้อของลูกค้าหลักทั้งสหรัฐอเมริกาและฝั่งยุโรปที่เริ่มมีออเดอร์กลับมา หลังจากที่ต่างประเทศ เริ่มมีการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในประเทศจนสถานการณ์ในต่างประเทศเริ่มดีขึ้น

ขณะที่การแพร่ระบาดอย่างหนักในประเทศอินเดีย ทำให้ลูกค้ารายใหญ่จากยุโรปได้ปรึกษาเตรียมย้ายคำสั่งซื้อจากฐานผลิตที่อินเดียมายังประเทศไทย ล่าสุด บริษัทมีคำสั่งซื้อสินค้าเข้ามาแล้วกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งเป็นปริมาณ Backlog ที่สูงสุดในประวัติการณ์ โดยจะทยอยรับรู้ช่วงไตรมาส 2 และ 3 ของปีนี้

“บริษัทมี backlog มากกว่า 50 ล้านบาท ถือเป็นประวัติการณ์ของบริษัท ซึ่งจะสะท้อนถึงยอดขายปีนี้น่าจะกลับมา Turn around โดยมียอดขายไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท หลังจากที่สถานการณ์ในต่างประเทศเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นจนทำให้ลูกค้ากลับมาออเดอร์สินค้า ตอนนี้ลูกค้าต่างประเทศเร่งให้ส่งสินค้าเพื่อให้ทันกับสถานการณ์ที่คนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ”

นางสาวนิจวรรณ กล่าวกับ “อินโฟเควสท์”

ทั้งนี้แบรนด์สินค้า PE’TYE มีสัดส่วนยอดขายอยู่ประมาณ 15% จากการจำหน่ายทั้งในประเทศและอีก 8 ประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการยอมรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ด้วยคุณภาพสินค้าที่เป็นที่ต้องการของตลาด และภายใน 3 ปีข้างหน้า บริษัทตั้งเป้ายอดขายจาก PE’TYE เพิ่มขึ้นเป็น 30% จากการทำการตลาดเชิงรุก เพื่อเพิ่มกลุ่มลูกค้าให้หลากหลาย พร้อมทั้งมีแผนการทำ Virtual Showroom เพื่อให้ลูกค้าต่างประเทศสามารถเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้นโดยการเห็นสินค้าเสมือนจริงทดแทนการออกงานแสดงสินค้าทั้งนี้บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศประมาณ 80% และในประเทศ 20%

ด้านกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในช่วงที่ผ่านมา บริษัทได้มีความพยายามเพิ่มฐานลูกค้าในภาคครัวเรือนให้มากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ โดยมีบริษัทย่อย บริษัท เซ็นทรัล ฮอสพิแทลลิที จำกัด (CHL) เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า PE’TYE และจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องครัวครบวงจร ซึ่งจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้ลูกค้าในกลุ่มโรงแรมและร้านอาหารชะลอคำสั่งซื้อสินค้า จนส่งผลกระทบต่อบริษัทตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2/63

อย่างไรก็ตามภาคครัวเรือนกลับให้การตอบรับสินค้าเป็นอย่างดี ขณะที่สถานการณ์ในต่างประเทศเริ่มกลับมาดีขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งบริษัทยังได้จับมือกับพันธมิตร เพิ่มผลิตภัณฑ์เซรามิคในกลุ่มสินค้าพรีเมี่ยมและสินค้าส่งเสริมการขายเพื่อตอบโจทย์ของความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าในกลุ่มอื่นๆให้มากยิ่งขึ้น

สำหรับผลประกอบการไตรมาสที่ 1/64 บริษัทมีรายได้ 25.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากไตรมาส 4/63 ที่มีรายได้ 20.19 ล้านบาท และมีขาดทุนสุทธิ 3.97 ล้านบาท ใกล้เคียงกับไตรมาส 4/63 ขณะที่บริษัทมีกำไรขั้นต้น 2.97 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังไม่คลี่คลาย อย่างไรก็ตามบริษัทได้พยายามบริหารต้นทุนเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ในภาวการณ์ที่ไม่ปกตินี้ จนทำให้กิจการยังมีกระแสเงินสดเพียงพอในการดำเนินการอยู่ โดยกระแสเงินสดเมื่อเทียบกับสิ้นปี 63 เพิ่มขึ้น 5.57 ล้านบาท

นอกจากนี้บริษัทรอผู้ถือวอร์แรนต์ (HPT-W1) แจ้งใช้สิทธิแปลงสภาพวอร์แรนต์เป็นหุ้นสามัญ ในสัดส่วน 1:1.01 ราคาแปลงสภาพ 0.49589 บาทต่อหุ้น ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค.-3 มิ.ย.64 เพื่อนำเงินที่ได้จากการแปลงสภาพครั้งนี้ มาใช้เป็นทุนหมุนเวียนและขยายช่องทางการการตลาดเพิ่มขึ้น เพื่อฐานลูกค้าใหม่ๆ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 พ.ค. 64)

Tags:
Back to Top