ศบค.พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 4,059 ราย ในปท.2,257-ตรวจเชิงรุก1,781-ตปท.21,ตาย 35

  • ศบค.สรุปยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในไทย วันนี้ (12.30 น.)
  • ผู้ติดเชื้อสะสม 225,365 คน (+4,059)
    • เป็นผู้ป่วยรายใหม่จากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ = 2,257 ราย
    • เป็นผู้ติดเชื้อจากการตรวจเชิงรุกในชุมชน = 1,706 ราย
    • เป็นผู้ติดเชื้อจากเรือนจำ/ที่ต้องขัง = 75 ราย
    • เป็นผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศอยู่ในสถานกักกันที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) = 21 ราย
  • รักษาหายแล้ว 187,836 คน (+2,047)
  • รักษาอยู่ในโรงพยาบาล 35,836 คน (+1,977)
  • เสียชีวิตสะสม 1,693 คน (+35)

ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 4,059 ราย ประกอบด้วย

  • ผู้ติดเชื้อในประเทศจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 2,257 ราย แนวโน้มเพิ่มขึ้นสะท้อนให้เห็นว่ามีการติดเชื้อในชุมชน ซึ่งต้องเร่งคัดกรองเชิงรุก เพื่อแยกตัวผู้ป่วยมารับการรักษา
  • จากการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน 1,706 ราย และจากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 75 ราย
  • ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 21 ราย โดยมาจากประเทศอุซเบกิสถาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สเปน อัฟกานิสสถาน โมซัมบิก จีน ประเทศละ 1 ราย และยังคงพบการเดินทางเข้ามาแบบผิดกฎหมายผ่านทางช่องทางธรรมชาติจากกัมพูชา 14 ราย และมาเลเซีย 1 ราย
  • มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 35 ราย อยู่ในกรุงเทพฯ 15 ราย สมุทรสาคร 6 ราย สมุทรปราการ 5 ราย ฉะเชิงเทรา 2 ราย ชลบุรี นนทบุรี นครศรีธรรมราช พระนครศรีอยุธยา ภูเก็ต สุพรรณบุรี และอุดรธานี จังหวัดละ 1 ราย เพศชาย 25 ราย เพศหญิง 10 ราย อายุเฉลี่ย 28-94 ปี โดยส่วนใหญ่มีโรคประจำตัวเช่นเดิม

สำหรับจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมในประเทศตั้งแต่ต้นปี 63 จนถึงล่าสุดอยู่ที่ 225,365 ราย โดยมีผู้ป่วยรักษาหายแล้ว 187,836 ราย เพิ่มขึ้น 2,047 ราย ขณะที่มีผู้รักษาตัวอยู่ 35,836 ราย อาการหนัก 1,479 ราย ในจำนวนนี้ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ 410 ราย และยอดเสียชีวิตสะสมเพิ่มเป็น 1,693 ราย

โดยจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่

  1. กรุงเทพฯ 1,154 ราย
  2. สมุทรปราการ 696 ราย
  3. ชลบุรี 335 ราย
  4. สงขลา 293 ราย
  5. สมุทรสาคร 250 ราย
  6. ปทุมธานี 211 ราย
  7. นนทบุรี 169 ราย
  8. นครปฐม 162 ราย
  9. ปัตตานี 81 ราย
  10. ระยอง 63 ราย

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค. กล่าวว่า ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลวันนี้มีจำนวนเกินกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งหมด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีมาตรการบริหารจัดการอย่างเต็มที่ เพราะเกรงจะส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขของประเทศ

ทั้งนี้มีพื้นที่เฝ้าระวังการระบาดเป็นกลุ่มก้อนหลายแห่ง โดยในกรุงเทพฯ มีจำนวน 94 แห่ง วันนี้พบใหม่อีก 3 แห่ง คือ สถานดูแลผู้สูงอายุในเขตบางเขน 5 ราย, ร้านผลิตและขายส่งขนมกุยช่าย ซอยเทอดไท 21 ในเขตธนบุรี 5 ราย และแคมป์คนงานก่อสร้างในเขตบางกอกใหญ่ 5 ราย ส่วนต่างจังหวัดที่พบใหม่ ได้แก่ โรงงานรองเท้าในอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 326 ราย, โรงงานแปรรูปอาหารในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ 7 ราย, โรงงานอาหารทะเลกระป๋องในอำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา 262 ราย, โรงงานเสื้อผ้าในอำเภอกระทุ่มแบน 6 ราย, โรงงานหมูในตำบลบ่อพลับ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม 72 ราย, แคมป์ก่อสร้างในอำเภอเมือง จังหวัดระยอง 51 ราย, ศูนย์วิทยุกู้ภัยในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 14 ราย, โรงงานหินเทียมในอำเภอศรีมหาโพธิ์ จังหวัดปราจีนบุรี 8 ราย

สำหรับการปูพรมฉีดวัคซีนทั่วประเทศจำเป็นต้องเร่งดำเนินการ เนื่องจากขณะนี้เพิ่งฉีดให้ประชาชนไปได้เพียง 7.88% ซึ่งยังห่างไกลจากเป้าหมายที่กำหนดไว้ 70% คาดว่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นหลังจากมีการนำเข้าวัคซีนทางเลือกเข้ามาเสริม ส่วนเรื่องการกำหนดระยะห่างในการรับวัคซีนเข็มแรกกับเข็มที่สองนั้นยังยึดแนวทางเดิมที่ 12 สัปดาห์ แต่เนื่องจากมีความรู้ทางวิชาการใหม่เข้ามาเรื่อยๆ ว่า สามารถเว้นระยะห่างได้ถึง 16 สัปดาห์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการบริหารวัคซีนหากเกิดกรณีขัดข้อง เช่น ผู้รับเข็มสองมีอาการป่วยก็สามารถเลื่อนการรับวัคซีนออกไปได้

ส่วนข้อกังวลเกี่ยวกับการดำเนินโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ขณะที่จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ยังสูงนั้นจะไม่ส่งผลต่อการดำเนินโครงการดังกล่าว เนื่องจากยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่สูงขึ้นมาจากพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่ในพื้นที่พบว่าจังหวัดภูเก็ตยังมียอดผู้ติดเชื้อเป็นเลขตัวเดียว โดยวันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 4 ราย และจังหวัดสุราษฎร์ธานีพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9 ราย

อย่างไรก็ตาม มีการจัดทำแผนรับมือและแผนชะลอหรือยกเลิกโครงการไว้แล้ว เช่น ในกรณีที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่าสัปดาห์ละ 90 ราย, เกิดการกระจายโรคในจังหวัดทั้ง 3 อำเภอ หรือ 6 ตำบล, มีการระบาดเกินกว่า 3 คลัสเตอร์หรือระบาดในวงกว้างที่หาสาเหตุและความเชื่อมโยงไม่ได้, อัตราการครองเตียงตั้งแต่ 80% ของศักยภาพที่มีอยู่, พบการระบาดของเชื้อกลายพันธุ์ในวงกว้าง ควบคุมไม่ได้ ซึ่งจะมีมาตรการปรับเปลี่ยน 4 ระดับ คือ ปรับลดกิจกรรม, Sealed route, Hotel Quarantine และทบทวนยุติโครงการ ซึ่งรวมถึงพื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า

ขณะที่สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก ล่าสุดวันนี้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมรวมแล้ว 179,543,383 ราย เสียชีวิต 3,888,524 ราย โดยประเทศที่มียอดผู้ติดเชื้อสูงสุด อันดับแรก สหรัฐอเมริกา 34,419,838 ราย อันดับสอง อินเดีย 29,973,457 ราย อันดับสาม บราซิล 17,969,806 ราย อันดับสี่ ฝรั่งเศส 5,757,798 ราย และอันดับห้า ตุรกี 5,375,593 ราย โดยประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 76

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 มิ.ย. 64)

Tags: , , , , ,