พาณิชย์แนะร้านตรวจสอบสินค้าให้รอบคอบก่อนจำหน่าย ป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา กรมฯ ได้รับข้อร้องเรียนจากผู้ค้ารายย่อยหลายราย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ว่ามีกลุ่มคนอ้างตัวเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ภาพการ์ตูนรูปสัตว์เข้าจับกุมและดำเนินคดีกับผู้ค้ารายย่อยฐานละเมิดลิขสิทธิ์ โดยนำหนังสือแสดงการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ที่ออกโดยกรมทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เป็นเครื่องมืออ้างความเป็นเจ้าของสิทธิ และเรียกรับค่าเสียหายหรือค่ายอมความ เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดีกับผู้ค้า

ทั้งนี้ จากกรณีที่เกิดขึ้น กรมฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาในลักษณะดังกล่าว โดยกรมฯ ขอเน้นย้ำและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับงานลิขสิทธิ์ ซึ่งมีอยู่หลากหลายประเภท อาทิ วรรณกรรม ภาพยนตร์ เพลง ภาพวาด ภาพถ่าย และการ์ตูน เป็นต้น ล้วนเป็นงานที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ในทันทีที่ได้สร้างสรรค์ โดยเจ้าของสิทธิไม่ต้องยื่นจดทะเบียน แต่สามารถแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์กับกรมฯ เพื่อรวบรวมไว้ในฐานข้อมูลลิขสิทธิ์ อำนวยความสะดวกให้ประชาชนทั่วไปที่สนใจใช้ประโยชน์ในงานลิขสิทธิ์ สามารถติดต่อเจ้าของสิทธิเพื่อขออนุญาตใช้งานได้อย่างถูกต้อง

“การแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ ไม่ได้ก่อให้เกิดสิทธิตามกฎหมาย โดยเมื่อเจ้าของผลงานลิขสิทธิ์ได้ยื่นจดแจ้งลิขสิทธิ์ไว้กับกรมฯ แล้ว กรมฯ จะออกหนังสือแสดงข้อมูลลิขสิทธิ์ให้แก่ผู้แจ้ง ซึ่งสามารถนำหนังสือแสดงข้อมูลลิขสิทธิ์ดังกล่าว ไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจ เช่น ใช้เป็นเอกสารประกอบในการทำสัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ เป็นต้น” อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ระบุ

นายวุฒิไกร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ค้ารายย่อย ก่อนนำสินค้ามาจำหน่ายต้องให้ความสำคัญในการพิจารณาอย่างรอบคอบว่าสินค้าที่นำมาจำหน่ายนั้น เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์และได้ขออนุญาตเจ้าของสิทธิอย่างถูกต้องหรือไม่ ทั้งนี้ หากถูกกล่าวหาว่าจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ต้องตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น หลักฐานความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของตัวแทนที่เข้าจับกุม มีการแจ้งความร้องทุกข์และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาด้วยหรือไม่ อีกทั้งควรใช้สิทธิตามกฎหมายของตน โดยเฉพาะสิทธิที่จะมีทนายความ

ที่สำคัญอย่าจ่ายค่ายอมความในทันที แม้ว่าคดีละเมิดลิขสิทธิ์จะสามารถยอมความกันได้ก็ตาม แต่ควรดำเนินการต่อหน้าพนักงานสอบสวน และมีการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ในส่วนของเจ้าของสิทธิหรือตัวแทนผู้รับมอบอำนาจ หากพบการกระทำที่เข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์ของตน ควรดำเนินการตามกระบวนการที่ถูกต้อง การนำหนังสือแสดงการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ไปใช้อ้างสิทธิและเข้าจับกุมเพื่อเรียกค่ายอมความนั้น ถือเป็นการใช้ประโยชน์โดยผิดวัตถุประสงค์อันก่อให้เกิดความเดือดร้อนทุกข์ใจแก่ประชาชน โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยที่ปัจจุบันประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 มิ.ย. 65)

Tags: , , ,
Back to Top