Crypto Insight: โรงรับจำนำคริปโทฯทางรอดสภาพคล่องนักเทรด

ในช่วงตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก รวมถึงคริปโทเคอร์เรนซี อยู่ในช่วงขาลง นักลงทุนหลายคนต่างกำหมัดกำมือแน่น ไม่รู้ทิศทางจะเป็นอย่างไรต่อไป จะถัวเพิ่ม หรือ Cut Loss อีกทั้งยังไม่รู้ว่าตลาดขาลงจะยาวนานขนาดไหน ราคาจะร่วงลงมากกว่านี้หรือไม่

Crypto Insight จะพาทุกคนไปรู้จักกับอีกหนึ่งรูปแบบบริการใหม่บนโลกบล็อกเชนที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ลงทุนในการรับมือตลาดขาลงกับนายศิวนัส ยามดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสชัวร์ เทคโนโลยี จำกัด ผู้ให้บริการทางด้านบล็อกเชน รวมทั้งให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบธุรกิจแบบครบวงจร

*PEER.Money โรงรับจำนำคริปโทฯ ใช้งานได้อย่างไร !?

นายศิวนัส กล่าวว่า ด้วยลักษณะของเหรียญคริปโทฯ ที่มีหลายแบบ บางเหรียญสามารถนำมาเทรดได้ บางเหรียญสามารถนำไปฝาก (Staking) หรือฟาร์มเหรียญ (Yield Farming) เพื่อรับผลตอบแทนได้ บางคนอาจเทขาย (Panic Sell) เพื่อป้องกันการขาดทุนมากกว่าเดิม ในขณะที่บางกลุ่มก็เปลี่ยนมาถือ Stable Coin หรือผลงาน NFT ที่ชื่นชอบ

ตลาดคริปโทฯ นับว่าเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีเม็ดเงินมหาศาลไหลเวียนอยู่ ศักยภาพในการเติบโตสูง ประกอบกับจำนวนประชากรในประเทศไทยที่ถือครองคริปโทฯ สูงขึ้นเรื่อย ๆ กว่า 3 ล้านคน บางกลุ่มตั้งใจถือครองเพื่อเป็นหลักทรัพย์ (Save Heaven Asset) ก็ดี หรือแม้แต่บางส่วนตั้งใจถือเพื่อเก็งกำไรก็ดี บวกกับความนิยมในคริปโทฯ ทำให้มีหลายองค์กร หลายกลุ่มคน เริ่มนำคริปโทฯ มาใช้ในการชำระค่าสินค้าและบริการ

แต่ด้วยความผันผวนของราคา ทำให้คริปโทเคอร์เรนซีไม่สามารถเป็นตัวกลางในการชำระเงินได้อย่างเต็มรูปแบบ นั่นเป็นที่มาที่ทำให้ แอสชัวร์ มองเห็นถึงโอกาสธุรกิจใหม่ ที่สามารถนำคริปโทฯ ที่นักลงทุนถือครอง มาใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันสินเชื่อเพื่อรับเงินสด (Fiat Money) ไปใช้เสริมสภาพคล่อง ภายใต้แบรนด์ PEER.Money โดยอาศัยใบอนุญาตประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อของพันธมิตร

บริการดังกล่าวผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้อง Cut Loss ขายคริปโทฯ ที่ตัวเองถือออกไปในยามที่เงินขาดมือ และตลาดอยู่ในขาลง แต่สามารถนำคริปโทฯ มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อนำเงินสดไปใช้ได้ จากนั้นเมื่อสภาพคล่องของตนเองดีขึ้นก็สามารถนำเงินสดมาคืนพร้อมดอกเบี้ยกู้ยืม เพื่อรับคริปโทฯ ของตัวเองคืนกลับไป

“จากโมเดลธุรกิจนี้ ที่ปัจจุบันมีผู้ถือครองคริปโทฯ ทั่วโลก แต่หากเกิดการขาดสภาพคล่องขึ้นมา บริการลักษณะนี้ ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำหรับนักลงทุนสายคริปโทฯ ได้เป็นอย่างดี”นายศิวนัส กล่าว

นายศิวนัส กล่าว

นายศิวนัส เปิดเผยว่า PEER.Money ให้บริการปล่อยสินเชื่อแก่บุคคลรายย่อยในประเทศไทยผ่าน บริษัท บอสเวลล์ ดิจิทัล โฮลดิ้ง จำกัด ที่จับมือร่วมกับ “Big Money” ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย โดยคิดดอกเบี้ยตามอัตราที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนด และด้วยการให้บริการผ่านแพลตฟอร์มสากลที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ทำให้ PEER.Money มีเป้าหมายขยายบริการในลักษณะนี้ไปสู่ประเทศอื่น ๆ ด้วยความร่วมมือกับผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อยในแต่ละประเทศ

แพลตฟอร์ม PEER.Money ปล่อยเงินกู้เป็นเงินสด (Fiat Currency) แตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่นที่ปล่อยเป็นสกุลคริปโทฯ และคิดอัตราดอกเบี้ยตามเกณฑ์และกฎหมายภายใต้ประเทศนั้น ๆ ดังนั้น เมื่อกรณีที่เกิดการ Liquidate ตัวแพลตฟอร์มจะไม่สามารถยึดหลักทรัพย์ค้ำประกัน (Collateral) ได้ทันที แต่จะดำเนินการตามสัญญาเงินกู้เป็นหลัก หากส่งดอกเบี้ยตามกำหนดก็จะไม่สามารถยึดทรัพย์นั้นได้จนกว่าจะนำเงินต้นมาชำระครบ เพราะมีเป้าหมายช่วยให้ลูกค้าที่มี Digital Asset สามารถนำมาเป็นสภาพคล่องได้จริง

*Incubator สายบล็อกเชน*

นายศิวนัส กล่าวว่า นอกจาก PEER.Money ยังมี Neko ซึ่งเป็นโปรเจ็คต์ที่คอยดูแลและให้คำปรึกษาแก่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Startup พร้อมทั้งช่วยแนะนำการระดมทุนสำหรับโปรเจ็คต์ที่มีศักยภาพ เป็นโอกาสใหม่สำหรับ Startup สายคริปโทฯ ซึ่งเราจะพบว่าเด็กรุ่นใหม่มีแนวความคิดที่ทันสมัยสามารถตอบโจทย์ความต้องการในปัจจุบันได้ดี และเชื่อว่า Neko จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการช่วยเหลือ Startup เหล่านี้

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 มิ.ย. 65)

Tags: , , , , ,
Back to Top