บิ๊กป้อม ลงพื้นที่จ. นราธิวาส ติดตามสถานการณ์น้ำ-การพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยพล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และคณะ เดินทางออกจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 กรุงเทพฯ ไปยัง จ.นราธิวาส ในการลงพื้นที่ ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคใต้ และประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) พร้อมตรวจติดตามการขับเคลื่อนมติคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้ (กพต.) ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

จุดแรก พล.อ.ประวิตร เดินทางไปยังมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ รับฟังการบรรยายภาพรวมในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเยี่ยมชมนิทรรศการ การขับเคลื่อนพัฒนาศักยภาพด่านสุลกากรไทย-มาเลเซีย นิทรรศการการส่งเสริมอัตลักษณ์ทางภาษา ประเพณีและวัฒนธรรม ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

และเปิดปฏิบัติการขับเคลื่อนกิจกรรมโคบาลชายแดนใต้ พร้อมพูดคุยกับกลุ่มเกษตรกร ก่อนประชุมกพต. พบปะหารือกับผู้บริหารภาคธุรกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้

จากนั้น ได้ร่วมประชุมกพต. โดยได้แสดงความห่วงใยต่อประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้ มอบหมายให้ กพต. นำข้อมูลไปผลักดันให้ตรงกับข้อเสนอ ในส่วนของรัฐบาลจะนำข้อเสนอของภาคเอกชนไปทำให้เป็นรูปธรรม และมอบหมายให้ ศอ.บต. ประสาน ติดตามจัดทำข้อเสนอที่สมบูรณ์ และรายงานความก้าวหน้าให้ กพต.โดยเร็ว

สำหรับ ข้อเสนอเร่งด่วนที่ กพต.ให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง และคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งรองนายกรัฐมนตรึ ยืนยันว่าสิ่งใดที่รัฐบาลสามารถส่งเสริมและสนับสนุนได้ จะเร่งดำเนินการให้ในทันที เพื่อให้เดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจต่อไป

พล.อ.ประวิตร ได้ขอบคุณ กพต.ทุกคน ที่ร่วมกันทำงานเกิดความคืบหน้าเป็นรูปธรรม ร่วมมือแก้ไขปัญหาบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน รวมทั้งขับเคลื่อนการพัฒนาตามนโยบายของ กพต. และรัฐบาล ซึ่งมีเป้าหมายเดียวกันที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนให้ดียิ่งขึ้น มีเศรษฐกิจรายได้ที่ดี นำไปสู่การลดความเลื่อมล้ำ ขจัดความยากจน

โครงการไหนที่มีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ ขอให้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จังหวัดนราธิวาส และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชน ระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัดเป็นข้อเสนอของประชาชน ซึ่ง กพต. ทุกคนจะต้องร่วมมือ ประสานการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการต่อไป รวมทั้งการส่งเสริมอัตลักษณ์ และวิถีชีวิตที่เป็นความภาคภูมิใจของประชาชน ทั้งด้านภาษา ประเพณีวัฒนธรรม อาหาร กีฬา และการแต่งกาย

ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนแสดงออกได้อย่างเหมาะสม เป็นเรื่องที่ส่วนราชการต้องร่วมมือกันสนับสนุนโดยเฉพาะ การเชื่อมโยง การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ตามที่รัฐบาลมีนโยบายใช้ “เศรษฐกิจสร้างสรรค” ซึ่งเรื่องนี้ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีอัตลักษณ์และวิถีชีวิตที่โดดเด่น ที่สามารถต่อยอดตามนโยบายได้

พล.อ.ประวิตร ยังระบุว่า การพัฒนาศักยภาพของประชาชนในพื้นที่นั้น สิ่งที่สำคัญที่สุด คือการให้ประชาชนมีความรู้ทางภาษาที่หลากหลายและลึกซึ้ง โดยเฉพาะเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ส่วนใหญ่มักเดินทางไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ ภาษาจะเป็นพลังสำคัญในการสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต การทำงาน และการเข้าถึงโอกาสทุกมิติ ขอให้ดำเนินการตามแผนที่เสนอให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมโดยเร็ว และรายงานผลอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่การส่งเสริมอัตลักษณ์ และวิถีชีวิตของประชาชน ขอให้ทุกส่วนราชการถือปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว โดยเฉพาะการกำหนดปฏิทินประเพณี 12 เดือน ที่ถือเป็นการเชื่อมโยงประเพณีวัฒนธรรมไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องและจริงจัง เพื่อให้นักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มากขึ้น ถือเป็นมิติใหม่ต่อการพัฒนาที่ให้ความสำคัญต่ออัตลักษณ์และวิถีชีวิตของประชาชน เป็น Soft Power ที่สำคัญที่ทำให้ประชาชนเชื่อมั่น และให้ความร่วมมือ จึงขอให้หน่วยงานสื่อสารทุกหน่วยสนับสนุนการสื่อสาร และให้ข้อมูลของรัฐบาลที่มีต่อการส่งเสริมอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะให้ประชาชนทั้งในประเทศและต่างประเทศได้เข้ามามีส่วนร่วมให้ได้มากที่สุด

สำหรับข้อเสนอหลักการโครงการฟื้นฟู และบูรณปฏิสังขรณ์วัดและโบราณสถานทางพระพุทธศาสนา ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วัดและโบราณสถานทางพระพุทธศาสนา ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนผู้นับถือพุทธศาสนาในพื้นที่อย่างมาก จึงได้มอบหมายให้ ศอ.บต. ประสานงานกับสำนักงานพระพุทธศาสนาอย่างใกล้ชิด ส่งเสริมกิจกรรม ทางพระพุทธศาสนาให้กับประชาชน และวัดรอบชุมชนในพื้นที่ได้ทำร่วมกันมากขึ้น

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 ก.ย. 65)

Tags: , , , , , , ,
Back to Top