NRF ดันรายได้ปี 66 พุ่งแตะ 3-4 พันลบ.รุกขยายทุกช่องทาง-เดินหน้าพัฒนาธุรกิจเกี่ยวเนื่องเสริมแกร่ง

นายแดน ปฐมวาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ (NRF) กล่าวา ในปี 66 NRF ตั้งเป้ารายได้ราว 3-4 พันล้านบาท จากการพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับผู้ประกอบการส่งเสริมช่องทาง e-Commerce และต่อยอดสู่ Omni-Channel อีกทั้งการเปิดร้านจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์จากเอเชีย (Asian Grocery Store) และนำเทคโนโลยี AI เข้ามาเสริมทัพในธุรกิจ พร้อมร่วมมือกับคู่ค้า พันธมิตร และบริษัทในเครือทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อช่วยเหลือ ผลักดัน และเสริมศักยภาพด้านการแข่งขันให้กับผู้ส่งออกและเกษตรกรไทย สู่ตลาดยุโรปและตลาดโลก เป็นการสร้างประสิทธิภาพสูงสุดให้กับอุตสาหกรรมของไทยอีกด้วย

ทิศทางการดำเนินธุรกิจในปีนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ เสริมความแข็งแกร่งทั้งภายในประเทศและทั่วโลก ตอกย้ำความเป็นผู้นำ “อาหารเพื่อทุกเจเนอเรชั่น (Food for Generations)” ด้วยกลยุทธ์หลัก คือ Direct to Consumer เพื่อเสริมแกร่งธุรกิจ e-Commerce ต่อยอดสู่ Omni Channels ชูศักยภาพกลุ่มธุรกิจ Specialty Food และธุรกิจ Climate Action ขับเคลื่อนบริษัทมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero โดย NRF ยังคงคำนึงถึงความสมดุลทางเศรษฐกิจ ผู้ถือหุ้น ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน สิ่งแวดล้อม และบรรษัทภิบาล เป็นสำคัญ

สำหรับผลประกอบการปี 65 บริษัทมีรายได้จากการขาย 2,294.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากปี 64 จากการเติบโตของกลุ่มธุรกิจ e-Commerce และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์

ผลกำไรขั้นต้นในปี 65 อยู่ที่ระดับ 1,012.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 196.1 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 24% อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นจาก 38.9% ในปี 64 เป็น 44.1% เนื่องจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น และผลประโยชน์จากธุรกิจ e-Commerce ที่เพิ่มขึ้นจากผลิตภัณฑ์ สินค้าภายใต้แบรนด์ Prime Labs, SOL Trading และ WellPath การรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากบริษัท Indeem Group จำกัด ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง

กำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมราคา (EBITDA) ของปี 65 อยู่ที่ 590.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.5 ล้านบาท หรืออัตราเพิ่มขึ้นจาก 23.5% ในปี 64 เป็น 24.5% ในปี 65 และกำไรสุทธิของบริษัทปรับตัวดีขึ้นในทิศทางเดียวกันในปี 65 มีกำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทฯ 267.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46 ล้านบาท หรือ 21%

นายแดน กล่าวว่า ภาพรวมของธุรกิจของบริษัทยังคงไปในทิศทางที่ดี โดยสามารถเห็นได้ผ่านทางรายได้และกำไรสุทธิในปี 2565 ที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมั่นใจในกลยุทธ์ที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำอุตสาหกรรมอาหารระดับโลกและการผลิตอาหารเพื่ออนาคต โดยยึดหลักลูกค้าเป็นที่หนึ่งในการรุกตลาด และหัวใจสำคัญของธุรกิจ คือ Food for Generations ด้วยวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ผลิตอย่างมีมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อทุกเจเนอเรชั่น ส่งออกไปสู่ผู้บริโภคกว่า 30 ประเทศทั่วโลก

รายได้รวมจากการขายปี 2565 จำนวน 2,294.4 ล้านบาท มาจากการดำเนินงานในกลุ่มธุรกิจของบริษัทฯ ประกอบด้วย

  1. ผลิตภัณฑ์อาหารไทย อาหารท้องถิ่นและอาหาร specialty รายได้กลุ่มธุรกิจอาหารไทยและอาหารท้องถิ่นสามารถทำรายได้ 1,394.1 ล้านบาท แม้มีอัตรารายได้ที่ลดลงแต่ยังคงมีฐานลูกค้าทางทวีปเอเชีย และในประเทศไทย ที่ยังมีอัตราการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง
  2. ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ทำรายได้ 547.5 ล้านบาท หรือเติบโต 32.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการรับรู้รายได้จากบริษัท BOOSTED NRF Corp. ซึ่งเป็นบริษัทที่มุ่งเน้นการขายสินค้าบนแพลตฟอร์ม Amazon.com และรายได้จากบริษัท Indeem Group จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจการขายตรง (Multi-level marketing) ในประเทศ
  3. ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ มีรายได้อยู่ที่ 127.8 เพิ่มขึ้น 797.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยการเติบโตแบบก้าวกระโดดมีปัจจัยมาจากความสามารถในการผลิตและสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ อีกทั้งยังมีการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง ภายใต้แบรนด์ของบริษัทที่เพิ่มขึ้นอย่างมีสาระสำคัญ
  4. ผลิตภัณฑ์อาหารจากพืช กลุ่มลูกค้ารับจ้างผลิต (OEM) เช่น ผลิตภัณฑ์จากขนุนอ่อน เส้นบุก และเครื่องปรุงรสที่ไม่มีเนื้อสัตว์เป็นองค์ประกอบ ซึ่งสามารถทำรายได้ในปี 65 อยู่ที่ 225.7 ล้านบาท

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 มี.ค. 66)

Tags: , , ,
Back to Top