ทองคำนิวยอร์กปิดพุ่ง $121.90 นลท.แห่ซื้อทองหลังทรัมป์สั่งโจมตีเวเนฯ

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 100 ดอลลาร์ในวันจันทร์ (5 ม.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารในเวเนซุเอลา

  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 121.90 ดอลลาร์ หรือ 2.81% ปิดที่ 4,451.50 ดอลลาร์/ออนซ์

นักลงทุนแห่ซื้อทองคำ หลังจากสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ในเวเนซุเอลา โดยได้เข้าจับกุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร และซิเลีย ฟลอเรส ภรรยาของเขา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (3 ม.ค.) ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ จะเข้าบริหารประเทศเวเนซุเอลาจนกว่าจะมีการเปลี่ยนผ่านอำนาจไปสู่รัฐบาลชุดใหม่

การดำเนินการดังกล่าวกับเวเนซุเอลาบ่งชี้ว่าสหรัฐฯ ได้เข้าแทรกแซงละตินอเมริกาโดยตรงมากที่สุดนับตั้งแต่การบุกดินแดนปานามาในปี 2532 นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเตือนว่าอาจมีการใช้ปฏิบัติการโจมตีอีก หากเวเนซุเอลาขัดขวางความพยายามของสหรัฐฯ ในการเปิดอุตสาหกรรมน้ำมันในเวเนซุเอลาและหยุดยั้งการค้ายาเสพติด พร้อมทั้งส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ว่า สหรัฐฯ อาจดำเนินการกับโคลอมเบียและเม็กซิโกเกี่ยวกับปัญหาการไหลเวียนของยาเสพติด

ราคาทองพุ่งขึ้น 64% ในปี 2568 ทำสถิติปรับตัวขึ้นรายปีมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2522 ส่งผลให้ทองเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนในปีที่แล้วมากกว่าการลงทุนในหุ้น บิตคอยน์ น้ำมัน และสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยได้ปัจจัยบวกจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ รวมทั้งการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนธ.ค.ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์ที่ 9 ม.ค. เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในปีนี้ ขณะที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2569

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 57,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 64,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานจะลดลงสู่ระดับ 4.5% ในเดือนธ.ค. จากระดับ 4.6% ในเดือนพ.ย.

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 ม.ค. 69)