
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย มีข้อสั่งการต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีเกิดเหตุลอบวางระเบิดปั้มน้ำมันหลายจุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยได้เชิญ รมว.กลาโหม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และฝ่ายมั่นคง มาหารือเพื่อติดตามสถานการณ์ และได้กำชับให้กองทัพภาคที่ 4 และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่เร่งเข้าไปแก้ไขสถานการณ์ และติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุให้ได้โดยเร็ว
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ประสานไปยัง บมจ.ปตท.(PTT) ให้ช่วยหามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันที่ได้รับผลกระทบ โดยฝากให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง รวมทั้ง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน พิจารณามาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยลดภาระผู้ประกอบการในพื้นที่ ซึ่งอาจรวมถึงผู้ประกอบการทั่วไปด้วย เพื่อให้สามารถมีการลงทุน ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นในพื้นที่ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
ทั้งนี้ตั้งแต่ต้นปี 2569 เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ของโลก นายกรัฐมนตรีได้ให้ รมว.ต่างประเทศ ติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศไทย ทั้งในด้านเศรษฐกิจ และความมั่นคง รวมทั้งแนวทางการรับมือของไทยด้วย
นายกรัฐมนตรี ยังได้สั่งการให้นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณช่วยเหลือให้ถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด จากการที่ ครม.ได้อนุมัติงบกลางฯ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รวมทั้งจากสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ซึ่งขณะนี้ประชาชนได้กลับไปอยู่อาศัยในบ้านเรือนแล้ว แต่ยังมีประชาชนจำนวนมากยังไม่ได้รับเงินเยียวยาจากการที่ต้องอพยพ รวมไปถึงเงินช่วยเหลือในการซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ม.ค. 69)





