Talktime: สวนดุสิตโพลชี้ !! โค้งสุดท้ายส้มนำ แดงตีตื้น เปิดชื่อม้ามืด-ตัวพลิกเกมสุดช็อก ?

อีกอึดใจเดียว ! โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งใกล้เข้ามาทุกที ประชาชนคนไทยกำลังจะได้รู้แล้วว่าใครจะเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย

“Talk Time : เลือกตั้งล้างตา 69” EP.นี้ ชวนมาส่องกระแสล่าสุด กับ ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ที่จะมาเฉลยว่าตอนนี้แคนดิเดตคนไหน FC แน่น หรือ พรรคไหนที่กำลังมีกระแสแบบสุด ๆ รวมไปถึงเปิดชื่อม้ามืดสุดช็อก ที่ไต่อันดับขึ้นมาแบบเงียบ ๆ !?

๐ ประชาชนอยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ?

1) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ : พรรคประชาชน

ยังคงครองอันดับ 1 ที่คะแนน 33.80% จากเดิม 31.99% โดยคะแนนส่วนใหญ่มาจากฐานเสียงเดิมที่ชื่นชอบในตัวบุคคลอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม แม้จะอยู่อันดับ 1 แต่คะแนนเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย เริ่มมีลักษณะคงตัว เนื่องจากมีข่าวการทุจริตของ สส. ในพรรค ซึ่งอาจส่งผลต่อความรู้สึกของประชาชนที่คาดหวังความโปร่งใส

2) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ : พรรคเพื่อไทย

คะแนนดีดตัวสูงขึ้นเป็น 20.98% จากเดิม 17.45% คาดว่าเป็นผลจาก “รีแบรนด์” ของพรรคเพื่อไทย ด้วยภาพลักษณ์ใหม่ของยศชนันที่น่าสนใจ บุคลิกอ่อนน้อมถ่อมตนถูกจริตคนไทย การลงพื้นที่ภาคเหนือ-ตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้น่าจะได้ใจกลุ่ม Swing Voter (คนที่ยังไม่ตัดสินใจ) ไปไม่น้อย

3) นายอนุทิน ชาญวีรกูล : พรรคภูมิใจไทย

คะแนนค่อนข้างนิ่ง จากเดิม 15.14% เพิ่มเป็น 17.23%

4) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ : พรรคประชาธิปัตย์

คะแนนค่อนข้างนิ่ง จากเดิม 10.81% เพิ่มเป็น 11.24%

5) นายธรรมนัส พรหมเผ่า : พรรคกล้าธรรม

คะแนนพุ่งแรงที่สุดในเหล่าแคนดิเดต จาก 1.57% มาเป็น 4.85% คาดว่าเป็นผลจากการลงพื้นที่อย่างหนักและนโยบายด้านการเกษตรและปากท้องที่ประชาชนสนใจ รวมถึงมีสส.ที่โดดเด่นหลายคนย้ายพรรคเข้ามาในสังกัด ก็ส่งผลต่อคะแนนความนิยม

๐ ตัวแปรลับพลิกเกมหลายล้านเสียง !?

ในบรรดาผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งมีกลุ่มที่ “ยังไม่ตัดสินใจ” อยู่จำนวนมาก สะท้อนได้จากโพลความนิยมพรรคการเมืองแบบปาร์ตี้ลิสต์ มีกลุ่มคนที่ยังไม่ตัดสินใจอยู่ 3.31% และ โพลความนิยม สส.เขต มีกลุ่มคนที่ยังไม่ตัดสินใจ 4.02% หากเฉลี่ยแล้วจะคิดเป็นราว 3.97% พบว่า ส่วนใหญ่เป็นคนวัยทำงานอายุ 30-49 ปี (Gen X และ Gen Y) เป็นกลุ่มที่ตัดสินใจจากประสบการณ์การเมืองที่เคยพบเจอ หากคำนวณเป็นตัวเลข จะมีสูงถึง 2 ล้านเสียง ซึ่งสามารถเปลี่ยนผลที่นั่ง ส.ส. ได้ถึง 5-6 ที่นั่ง เลยทีเดียว

ดังนั้น กลุ่มนี้จึงเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่น่าจับตามองว่าใครจะเข้ามาดึงคะแนนเสียงไปได้ในท้ายที่สุด !?

(อ้างอิงข้อมูลจาก “สวนดุสิตโพล” สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,269 คน รอบระหว่างวันที่ 20-23 มกราคม 69 ทั้งแบบออนไลน์และภาคสนาม)

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 ม.ค. 69)