
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้หารือร่วมกับผู้อำนวยการ กกต.ประจำ กทม. และตัวแทนจากสำนักงานเขต เพื่อเตรียมความพร้อมและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่จะมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 1 ก.พ. 69 และการออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัดในวันที่ 8 ก.พ.69
โดยมีการหารือถึงสถานที่ในการจัดเลือกตั้ง และออกเสียงประชามติ เนื่องจากในปีนี้ มีผู้มาขอลงทะเบียนใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก เช่น เขตบางกะปิ และเขตจตุจักร จึงจำเป็นต้องอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนให้ลงคะแนนได้อย่างไม่มีปัญหา และเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งกรุงเทพมหานคร (กทม.) จะรับไปดำเนินการในเรื่องของสถานที่ที่ไม่สามารถรองรับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และการเพิ่มกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งให้เพียงพอ
สำหรับ 5 เขต ที่มีผู้มาลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ามากที่สุด ประกอบด้วย
– เขตปทุมวัน เขตเลือกตั้งที่ 2 ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง รวม 22,925 คน มีผู้ทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขต 19,035 คน แต่สถานที่รองรับได้เพียง 10,000 คน
– เขตห้วยขวาง เขตเลือกตั้งที่ 5 มีผู้มาลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง จำนวน 32,484 คน และมีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิที่ออกเสียงประชามตินอกเขต 24,717 คน แต่สถานที่รองรับได้เพียง 11,000 คน
– เขตหลักสี่ เขตเลือกตั้งที่ 8 มีผู้มาลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง 25,763 คน และตัวเลขผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตจำนวน 18,180 คน แต่สถานที่รองรับได้เพียง 1,000 คน
– เขตจตุจักร เขตเลือกตั้งที่ 9 มีผู้มาลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง รวม 51,739 คน ขณะที่ผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิที่ออกเสียงประชามตินอกเขต 39,687 คน สถานที่รองรับได้ 22,000 คน
– เขตบางกะปิ มีผู้มาลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง รวม 58,727 คน และลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขต 42,202 คน
ส่วนการขอเปลี่ยนแปลงสถานที่ออกเสียงประชามตินอกเขต ในวันที่ 8 ก.พ.69 ซึ่งบางหน่วยมีผู้ขอลงทะเบียนเป็นจำนวนมาก อาจจะมีบางเขตพิจารณาเรื่องการย้ายสถานที่ หรือเดิมเจ้าหน้าที่เข้าใจว่าในการเลือกตั้งล่วงหน้า จะมีการออกเสียงประชามติด้วย จึงไม่ได้มีการจองสถานที่ ทำให้สถานที่ไม่ว่าง จึงมีความจำเป็นที่จะต้องไปเจรจาเรื่องของสถานที่
สำหรับตัวเลขผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ขณะนี้ กระทรวงมหาดไทยอยู่ระหว่างสำรวจ ยังไม่มีความชัดเจน โดยอยู่ระหว่างการประมวลตัวเลขหลังการลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า คาดว่าจะแล้วเสร็จในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งตัวเลขผู้มีสิทธิเลือกตั้งคร่าว ๆ ประมาณ 53 ล้านคน
นายแสวง ได้เน้นย้ำให้นำบทเรียนจากการเลือกตั้งปี 2566 อาทิ ปัญหาสถานที่ ปัญหากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง การให้บริการประชาชน ปัญหาสัญญาณ WiFi มาปรับปรุง โดยเฉพาะปัญหาการจ่าหน้าซองบัตรเลือกตั้ง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ม.ค. 69)




