
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีคนร้ายก่อเหตุลอบวางระเบิดรวม 11 จุดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานในพื้นที่ได้ลงตรวจสอบจุดเกิดเหตุร่วมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจากส่วนกลาง ทำให้ได้เบาะแสของกลุ่มคนร้ายบางส่วนแล้ว ซึ่งการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์กำลังอยู่ในขั้นตอนของการวิเคราะห์เชิงลึก โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุ
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ทุกหน่วยงานต้องกลับมาทบทวนการทำงาน โดยเฉพาะการวางแผนด้านความมั่นคง ซึ่งต้องมีฐานความคิดร่วมกัน ระหว่างหน่วยปฏิบัติและหน่วยกำลังทั้งหมด การทำงานต้องมีการวางแผน ปรับปรุงแผนอย่างต่อเนื่อง หากแผนใดล้มเหลวจำเป็นต้องยกเลิกและปรับแผนใหม่ทันที พร้อมทั้งประเมินผลว่าแผนที่ดำเนินการไปแล้วได้ผลมากน้อยเพียงใด
นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบสภาพพื้นที่เชิงกายภาพ โดยเฉพาะพื้นที่แนวติดต่อ วิถีชีวิตของประชาชน เส้นทางสัญจร และช่องทางธรรมชาติ ซึ่งอาจถูกคนร้ายใช้เป็นโอกาสหรืออาศัยลักษณะภูมิประเทศในการก่อเหตุ อีกทั้งการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างความเข้มงวดของรัฐกับสิทธิและความเป็นอยู่ของประชาชน หากเข้มงวดมากเกินไป อาจกระทบต่อการใช้ชีวิตของชาวบ้าน แต่หากผ่อนคลายมากเกินไปก็อาจเกิดช่องโหว่ด้านความมั่นคง ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องนำมาปรับปรุงให้เหมาะสมกับสถานการณ์
เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากงานด้านการข่าวล้มเหลวหรือไม่ พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รัฐทุกฝ่ายยังคงทำงานอย่างเข้มแข็ง และยังไม่สามารถสรุปได้ในขณะนี้ เนื่องจากเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นจำเป็นต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนก่อน ส่วนคำถามว่าการก่อเหตุครั้งนี้มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ ต้องรอผลการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนต้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด มีการประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางป้องกันเหตุในอนาคต โดยจะต้องถอดบทเรียนจากแผนเดิมว่ามีจุดบกพร่องตรงไหน และปรับปรุงแผนให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และสถานการณ์ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงซ้ำอีกในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ม.ค. 69)




