ชาวเดนมาร์ก-กรีนแลนด์ชุมนุมประท้วงใหญ่ หลังสหรัฐฯ รุกหนักหวังครอบครองกรีนแลนด์

ประชาชนจำนวนมากได้ออกมารวมตัวประท้วงใหญ่ในหลายเมืองทั่วประเทศเดนมาร์กและกรีนแลนด์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (17 ม.ค.) เพื่อต่อต้านความเคลื่อนไหวและถ้อยแถลงของสหรัฐอเมริกาที่แสดงท่าทีต้องการเข้าควบคุมกรีนแลนด์

ในกรุงโคเปนเฮเกน เมืองหลวงของเดนมาร์ก ฝูงชนจำนวนมากรวมตัวกันที่จัตุรัสศาลาว่าการ เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนจะเดินขบวนไปยังสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 2 กิโลเมตร ผู้ประท้วงประกอบด้วยทั้งชาวเดนมาร์กและชาวกรีนแลนด์ โดยมีการโบกธงชาติของทั้งสองประเทศตลอดการเดินขบวนผ่านไปตามจุดต่าง ๆ ของเมือง

ทางด้านกรุงนุก เมืองหลวงของกรีนแลนด์ ประชาชนเริ่มรวมตัวกันตั้งแต่ช่วงบ่าย พร้อมตะโกนข้อความว่า “กรีนแลนด์เป็นของชาวกรีนแลนด์” การประท้วงครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง โดยมีนายกรัฐมนตรี เยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน แห่งกรีนแลนด์ เข้าร่วมโบกธงชาติท่ามกลางเสียงตะโกนข้อความของกลุ่มผู้ประท้วงและบทเพลงพื้นเมืองของชาวอินูอิตภายใต้สายฝนที่โปรยปราย นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมชุมนุมจำนวนมากยังสวมหมวกที่มีข้อความว่า “Make America Go Away” (ทำให้อเมริกาถอยออกไป)

สื่อเดนมาร์กรายงานว่า การประท้วงในลักษณะเดียวกันนี้ยังเกิดขึ้นหรือมีกำหนดจัดขึ้นในเมืองออร์ฮูส โอเดนเซ และแอลบอร์ก ของเดนมาร์ก รวมถึงในเมืองอาเซียต คาออร์ท็อก และอิลูลิสซัต ของกรีนแลนด์ด้วย

ต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศผ่านโซเชียลมีเดียว่า สหรัฐฯ จะดำเนินการจัดเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 10% ต่อสินค้าทุกประเภทจากเดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ฝรั่งเศส เยอรมนี สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ และฟินแลนด์ เพื่อตอบโต้กรณีกรีนแลนด์ โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป

ทรัมป์ระบุเพิ่มเติมว่า อัตราภาษีดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 25% ในวันที่ 1 มิถุนายน และจะบังคับใช้ต่อไปจนกว่าจะบรรลุข้อตกลงที่สหรัฐฯ สามารถซื้อเกาะกรีนแลนด์ได้สำเร็จ

ปัจจุบัน กรีนแลนด์เป็นดินเดนปกครองตนเองภายใต้อาณาจักรเดนมาร์ก โดยรัฐบาลโคเปนเฮเกนยังคงอำนาจดูแลด้านการป้องกันประเทศและนโยบายต่างประเทศ ขณะที่สหรัฐฯ มีฐานทัพทหารตั้งอยู่บนเกาะแห่งนี้

ทรัมป์แสดงความสนใจในเกาะกรีนแลนด์มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ความพยายามที่จะ “ขอซื้อ” เกาะในช่วงดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก จนมาถึงการใช้มาตรการ “ทางเลือกที่หลากหลาย” ในปัจจุบัน ซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ในการ “ใช้กองทัพสหรัฐฯ” เข้ายึดเกาะปกครองตนเองแห่งนี้

สถานการณ์ความตึงเครียดยิ่งทวีขึ้นหลังจากที่การประชุมระดับสูงระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เดนมาร์ก และกรีนแลนด์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประสบความล้มเหลว โดยลาร์ส เลิกเกอ รัสมุสเซิน รัฐมนตรีต่างประเทศเดนมาร์ก และวิเวียน มอตซ์เฟลด์ รัฐมนตรีต่างประเทศกรีนแลนด์ ยืนยันหลังหารือกับเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ว่า ทุกฝ่ายยังมี “ความเห็นต่างอย่างสิ้นเชิง” เกี่ยวกับอนาคตของกรีนแลนด์

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 ม.ค. 69)