
งานนี้ต้องปรบมือให้ ก.ล.ต.ไทย เมื่อแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี ออกมามีข่าวดีให้ชาวคริปโทฯ ได้ชุมชื่นหัวใจฉ่ำ ๆ ทั้ง Crypto Future, Crypto ETF, การยอมรับของ Stablecoin ตอนนี้ถ้าเทียบกับความทันสมัยของการกำกับดูแล ยกให้ ก.ล.ต. ไทยขึ้นแท่น No. 1 ไปเลย
ก.ล.ต.ไทย เตรียมอนุมัติ Crypto Future และ ETF
มาแล้วกับแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี ของ ก.ล.ต. ซึ่งหมายถึงปี 2569 จนถึงปี 2571 ภายใต้ตีม “Building Trust, Powering Growth” ซึ่งระหว่างการแถลง ก.ล.ต. ได้มีการพูดถึงสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งทางเราสรุปมาเป็นประเด็น ดังนี้
1.ก.ล.ต. ยอมรับคริปโตเป็น Asset Class แล้ว!!
ก.ล.ต. ระบุชัดว่า มองคริปโทฯ เป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุน (Asset Class) ไม่ใช่แค่สินทรัพย์เก็งกำไรนอกระบบอีกต่อไป ผลคือกองทุนรวมในไทยสามารถลงทุนใน Crypto ETF ได้ กรุยทางให้เงินจากนักลงทุนสถาบันและเงินออมระยะยาวสามารถเข้าสู่ตลาดคริปโทฯ ผ่านช่องทางที่ถูกกฎหมาย นอกจากนี้ ยังมีแผนเพิ่ม Crypto และ Digital Token เป็นสินทรัพย์อ้างอิงในตลาดสัญญาซื้อขายสัญญาล่วงหน้า (TFEX) รวมถึงการเพิ่ม Stablecoin อย่าง USDC และ USDT สะท้อนถึงการยอมรับบทบาทการเพิ่มสภาพคล่องของ Stablecoin ในระบบตลาด
2.คุมเข้มการกำกับดูแล Private Wallet และ Travel Rule
ก.ล.ต. ส่งสัญญาณเพิ่มความเข้มงวดด้านการกำกับดูแล โดยเฉพาะเรื่องการป้องกันฟอกเงิน มีการกล่าวถึงแนวคิดในการกำกับดูแล Private Wallet และจะผลักดัน Travel Rule อย่างจริงจัง โดยให้ความสำคัญกับข้อมูลผู้ส่ง ผู้รับ ปลายทาง และ Location โดยทำงานร่วมกับ ปปง. และตำรวจไซเบอร์ งานนี้ใครทำผิดกฎหมาย โดนแน่!!
3.เปิด Sandbox ดันการใช้งานจริง
ก.ล.ต. มองว่าคริปโทฯ และบล็อกเชน ไม่ใช่แค่เครื่องมือการลงทุน แต่เป็นโครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล และหนึ่งในโครงการสำคัญ คือ TouristDigiPay ที่จะทดสอบการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับนักท่องเที่ยวในไทย รวมถึงการผลักดัน Securities Tokenization เช่น หุ้นกู้ หรือ อสังหาฯ ที่อยู่ในรูปแบบโทเคน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและโอกาสการลงทุน
4.ปราบโกงจริง ยกระดับความปลอดภัย!!
ก.ล.ต. รายงานว่าสามารถยับยั้งบัญชีม้าคริปโทฯ กว่า 47,692 บัญชี ป้องกันความเสียหายได้กว่า 257 ล้านบาท และจะนำ AI มาใช้ในงาน Enforcement เพื่อเพิ่มความแม่นยำและลดระยะเวลาการดำเนินคดี
ฟังแล้วคิดว่ายังไง มาคอมเม้นกันได้!!
บิทคอยน์ดิ่ง หลุด 90,000 ดอลล์ ทองคำทำ New High เรียบร้อย!!
เกาะติดราคากันหน่อย เช้าวันพุธราคาบิทคอยน์ สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงที่สุดในโลก ร่วงลงต่ำกว่า 90,000 ดอลลาร์แล้ว ในขณะที่ราคาทองคำพุ่ง ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียด ระหว่างสหรัฐและยุโรปในประเด็นกรีนแลนด์
นอกจากนี้ ได้รับอิทธิพลจาก “Perfect Storm” ไม่ว่าจะเป็น การล่มสลายของตลาดพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) ผสมโรงกับคำขู่เรื่องกำแพงภาษีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีต่อยุโรป ทำให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อลดความเสี่ยงทันที
และท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้เอง สินทรัพย์ที่ถือว่าปลอดภัยที่สุดอย่าง ทองคำ กลับราคาพุ่งทะลุ New high ทะลุ 4,800 ดอลลาร์ ไปแล้ว ในขณะที่แร่เงินและทองแดงก็พุ่งขึ้นเช่นกัน
ช่วงนี้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกไม่แน่นอน นักลงทุนฟังข่าวสารกันดี ๆ
เกษียณไม่กลัว!! บริษัทประกันเตรียมแผนใหม่ ออมบิทคอยน์ผ่านกองทุน Blackrock!
มิติใหม่ในการวางแผนเกษียณ เมื่อ Delaware Life บริษัทประกันชีวิตและเงินบำนาญชั้นนำ ได้ออกประกาศเพิ่มทางเลือกการลงทุนที่เชื่อมโยงกับบิทคอยน์เข้าสู่พอร์ตเงินบำนาญ (Annuity) อย่างเป็นทางการ โดยได้รับความร่วมมือบริษัทกองทุนยักษ์ใหญ่อย่าง BlackRock ในการพัฒนาดัชนีอ้างอิง
ผลิตภัณฑ์นี้เป็นเหมือนผลิตภัณฑ์ทางการเงินชนิดหนึ่งที่เราสะสมเงินกับบริษัทประกันจ่ายต่อเนื่อง บริษัทประกันก็จะนำเงินบางส่วนไปลงทุนในกองทุนที่ให้ผลตอบแทน ในหุ้นสหรัฐบ้าง พันธบัตรบ้าง และ Delaware Life ก็ได้เอาเงินบางส่วนไปลงทุนอ้อม ๆ กับ iShares Bitcoin Trust (IBIT) ของ BlackRock ซึ่งเป็นกองทุน spot บิทคอยน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ถ้าเกิดประกันในเมืองไทยมีลักษณะอย่างนี้บ้างก็คงจะดี!!
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 ม.ค. 69)




