ทุบสถิติ! SME D Bank โชว์ผลงานปี 68 พา SMEs เข้าถึงแหล่งทุน 7.9 หมื่นลบ. วางเป้าปีนี้แตะ 1 แสนลบ.

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยผลการดำเนินงานในปี 2568 ว่า ธนาคารฯ ได้สร้างสถิติใหม่ (New High) ด้วยการพา SMEs เข้าถึงแหล่งทุนรวมกว่า 79,043 ล้านบาท ถือเป็นยอดสูงที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งธนาคารมากว่า 23 ปี โดยมุ่งเน้นสนับสนุนผู้ประกอบการรายใหม่และขนาดเล็ก วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 15 ล้านบาท สูงถึงกว่า 70% ของการเติมทุนทั้งหมด ช่วยสร้างประโยชน์ก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยกว่า 362,010 ล้านบาท เป็นการรักษาการจ้างงาน 620,360 ราย สวนทางกับแนวโน้มสินเชื่อธุรกิจ SMEs ในระบบ ที่ติดลบต่อเนื่องมา 13 ไตรมาส ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้าง (Outstanding) ขยายตัวอยู่ที่กว่า 99,564 ล้านบาท เติบโต 0.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567

นอกจากนี้ ยังให้ความช่วยเหลือ SMEs ประคับประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นจากสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้วยมาตรการต่าง ๆ เช่น พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยแก่ SMEs ที่ประสบมหาอุทกภัยภาคเหนือและภาคใต้, โครงการคุณสู้ เราช่วย เป็นต้น จำนวน 32,900 ราย ขณะเดียวกัน บริหารจัดการสินเชื่อไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดลงเหลือเพียงประมาณ 7.9% ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์นับแต่ก่อตั้งเช่นกัน

ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญด้านบริหารความเสี่ยง ด้วยการตั้งสำรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานะ NCR (NPL Coverage Ratio) หรืออัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ สูงถึงประมาณ 154% สะท้อนถึงความแข็งแกร่ง และมีเสถียรภาพทางการเงินของธนาคาร โดยธนาคารมีกำไรหลังหักสำรองฯ อยู่ที่ 261 ล้านบาท

นายพิชิต กล่าวว่า ธนาคารฯ ยังได้ช่วยพัฒนาเพิ่มศักยภาพให้ SMEs มากกว่า 20,000 ราย ผ่านกิจกรรมออนไซต์ต่อเนื่องตลอดทั้งปี ควบคู่เสริมแกร่งผ่านออนไลน์ ด้วยแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (dx.smebank.co.th) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มพัฒนาธุรกิจครบวงจรที่ธนาคารพัฒนาขึ้น โดยมียอดสมาชิกสะสมตั้งแต่เริ่มเปิดบริการเมื่อปี 2567 ถึงปัจจุบัน ประมาณ 46,000 ราย

 

  • ปี 69 ตั้งเป้ายอดสินเชื่อแตะ 1 แสนลบ.

นายพิชิต กล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานของ SME D Bank ในปี 2569 ว่า ธนาคารฯ วางเป้าหมายในการปล่อยสินเชื่อเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ไม่น้อยกว่าปี 2568 และคาดการณ์ว่ายอดสินเชื่อคงค้างรวมจะสามารถเติบโตแตะระดับ 100,000 ล้านบาทได้ เดินหน้าช่วยเหลือผู้ประกอบการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของลูกค้าแต่ละราย ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการจัดการหนี้เสียได้อย่างมีศักยภาพ

ขณะเดียวกัน ธนาคารฯ ยังมุ่งเน้นสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ใน 3 อุตสาหกรรมหลัก ที่เป็นอนาคตของเศรษฐกิจไทย ได้แก่ อาหาร สุขภาพ และเกษตรแปรรูป ให้สามารถยกระดับปรับเปลี่ยนพัฒนาสู่ธุรกิจใหม่ด้วยการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม มาตรฐาน ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเพิ่มศักยภาพธุรกิจ พัฒนาสู่การเป็นเอสเอ็มอีที่มีคุณภาพ แข่งขันได้ทั้งในและต่างประเทศเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

อย่างไรก็ดี อาจจะต้องจับตาธุรกิจ SMEs ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อมีปัจจัยเสี่ยงเข้ามาก็ได้รับผลกระทบอย่างมาก ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว และกลุ่มที่เป็นฐานการผลิตของประเทศ โดยธนาคารจะเตรียมพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสมในการเข้าไปให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

ทั้งนี้ ธนาคารได้จัดเตรียม 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อสำคัญ เพื่อสนับสนุน SMEs รายใหม่ขนาดเล็กให้เข้าถึงแหล่งทุน ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี วงเงินรวมกว่า 20,000 ล้านบาท ตอบโจทย์นำไปลงทุนขยาย ปรับปรุงกิจการ หรือหมุนเวียนเสริมสภาพคล่อง ช่วยยกระดับธุรกิจ ได้แก่ โครงการสินเชื่อปลุกพลัง SME สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน, โครงการสินเชื่อ Beyond ติดปีก SME วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท และสินเชื่อ SME Green Productivity สนับสนุนเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 ก.พ. 69)