
นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีแกว่งไซด์เวย์ แม้กลุ่มพลังงานรับอานิสงส์ราคาน้ำมันพุ่ง แต่กลุ่มเทคโนโลยี ยังถูกเทขายกดดันตลาด นอกจากนี้ความชัดเจนหลังเลือกตั้งจะเป็นปัจจัยดึง Fund Flow ไหลเข้า โดยให้กรอบแนวรับ 1,335-1340 จุด และต้าน 1,350 จุด แนวต้านถัดไป 1,360 จุด
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ คาดแกว่งไซด์เวย์ แม้ราคาน้ำมันจะปรับตัวขึ้นซึ่งส่งผลดีกลุ่มพลังงาน แต่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมีแรงขายออกมา 2 วันติดต่อกัน ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันหุ้น DELTA ได้
อย่างไรก็ตามมองว่าวันนี้ดัชนียังไม่สามารถผ่านที่ระดับ 1,350 จุดได้ โดยสัญญาณ Fund Flow เป็นบวกมากขึ้น แต่ถ้าจะไหลเข้าแต่ต้องรอผลการเลือกตั้ง ซึ่งหากการเลือกตั้งมีความชัดเจนตลาดจะตอบรับเชิงบวก และเป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้เงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ไหลกลับเข้ามาอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้วันนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อไทย ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในระดับที่ต่ำ โดยตลาดจะนำข้อมูลนี้ไปประเมินสัญญาณการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในการประชุมปลายเดือนนี้
โดยให้กรอบแนวรับ 1,335-1340 จุด และแนวต้าน 1,350 จุด แนวต้านถัดไป 1,360 จุด
ประเด็นพิจารณาการลงทุน
– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (4 ก.พ.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,501.30 จุด เพิ่มขึ้น 260.31 จุด หรือ +0.53%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,882.72 จุด ลดลง 35.09 จุด หรือ -0.51% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,904.58 จุด ลดลง 350.61 จุด หรือ -1.51%
– ตลาดหุ้นเอเชียภาคเช้า ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 54,289.05 จุด ลดลง 4.31 จุด หรือ -0.01%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 26,627.95 จุด ลดลง 219.37 จุด หรือ -0.82% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,075.03 จุด ลดลง 27.17 จุด หรือ -0.66%
– ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (4 ก.พ.) 1,346.54 จุด เพิ่มขึ้น 10.43 จุด (+0.78%) มูลค่าซื้อขาย 53,300.82 ล้านบาท
– นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (4 ก.พ.) 2,153.42 ล้านบาท
– ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. (4 ก.พ.)เพิ่มขึ้น 1.93 ดอลลาร์ หรือ 3.05% ปิดที่ 65.14 ดอลลาร์/บาร์เรล
– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (4 ก.พ.) อยู่ที่ 4.44 เหรียญ/บาร์เรล
– เงินบาทเปิด 31.73 แนวโน้มอ่อนค่า ตลาดจับตาผลประชุม BoE-ECB-ข้อมูลศก.สหรัฐฯ
– กกร.ส่งสัญญาณเตือนรัฐบาลใหม่ เร่ง “แก้หนี้ครัวเรือน-สร้างเสถียรภาพการเมือง” หวั่นไทยทรุดจาก “คนป่วย” สู่ “คนตาย” แห่งเอเชีย พร้อมหั่นเป้า GDP ปี 69 เหลือ 1.6-2% แนะพรรคการเมืองหยุดประชานิยมระยะสั้น เร่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ สร้างรายได้ใหม่ เลิกตั้งรัฐบาลแบบโควตารัฐมนตรี
– “กองทุนโลก” ลดน้ำหนัก การลงทุนใน “ตลาดหุ้น-ตราสารหนี้ไทย” หวั่นผลเลือกตั้งไม่สามารถแก้ “ปัญหาเรื้อรัง” หนี้ครัวเรือนพุ่งสูง เศรษฐกิจโตต่ำ แต่อาจซ้ำเติมทำให้ปัญหาเหล่านี้แย่ลงอีก แม้ P/E หุ้นไทยอยู่ที่ 14 เท่า ถูกกว่าเพื่อนบ้าน เผยราคาถูกอย่างเดียวยังไม่พอ “นักลงทุน” จับตาใกล้ชิดนโยบาย “นายกฯ คนใหม่” ของไทยพลิกฟื้นความเชื่อมั่นเศรษฐกิจหลังจากนี้
– ก.ล.ต. จับมือ “ไทยบีเอ็มเอ” เดินหน้า “ทบทวนเกณฑ์”ออก”มาตรการใหม่” ยกระดับธรรมาภิบาล “ตลาดหุ้นกู้” เทียบเท่า “ตลาดหุ้น” เล็งปรับเกณฑ์คัดเลือกผู้ออก เปิด “เฮียริ่งเงื่อนไขเพิ่มเติม” เข้มงวด “หุ้นกู้ไฮยีลด์” หวังสร้างความเชื่อมั่น-ลดเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้คาดแผนชัดเจนกลางปี “บลจ.ทิสโก้” เตือนเสี่ยง “หุ้นกู้เสี่ยงผิดนัดชำระ” ไฮยีลด์กระจุกตัว “อสังหาฯ-ก่อสร้าง” แม้ตลาดหุ้นกู้ไทยในภาพรวมยังคงมีเสถียรภาพ โดยหุ้นกู้ในกลุ่ม Investment Grade มีสัดส่วนมากกว่า 80% ของตลาดทั้งหมด แต่หน่วยงานกำกับดูแลยังคงเดินหน้าเสริมมาตรการเชิงรุก เพื่อยกระดับคุณภาพ และธรรมาภิบาลของตลาดหุ้นกู้ โดยเฉพาะในกลุ่ม High Yield ที่ยังมีความเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้
– ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนเดือน ม.ค.2569 ปรับขึ้นสู่ระดับ “ร้อนแรงอย่างมาก” ที่ 165.37 โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากกระแสเงินทุนไหลเข้าและปัจจัยการเมืองในประเทศ ขณะที่ปัจจัยฉุดความเชื่อมั่น ได้แก่ นโยบายการเงินสหรัฐฯ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และเศรษฐกิจยูโรโซน โดยนักลงทุนบุคคล นักลงทุนสถาบันและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์อยู่ในเกณฑ์ร้อนแรง ส่วนต่างชาติอยู่ในเกณฑ์ร้อนแรงอย่างมาก หมวดธนาคารเป็นกลุ่มที่น่าสนใจที่สุด ขณะที่พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไม่น่าสนใจ
– ประธานสมาคมธนาคารไทย ย้ำลดเงินนำส่ง FIDF เหลือ 0.32% ช่วยเพิ่มเม็ดเงินอุ้มธุรกิจ หนุนซื้อหนี้ผ่าน SAM และเสริมสินเชื่อ SME ผ่าน Credit Boost เปิดทางแบงก์ปล่อยสินเชื่อเพิ่ม เผยเศรษฐกิจไทยยังเปราะบาง ต้องเร่งปฏิรูปเชิงโครงสร้าง หวั่นประเทศโดนดาวน์เกรด กระทบความเชื่อมั่น ส่วนสภาหอการค้า แนะตั้ง “ทีมเศรษฐกิจมืออาชีพ” แก้อุปสรรคธุรกิจ
หุ้นเด่นวันนี้
– PTTEP (คิงส์ฟอร์ด) “ซื้อเก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย 123.00 บาท ได้รับ sentiment บวกจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นผลจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางระหว่างอิหร่าน-สหรัฐฯ ที่อาจลุกลามขึ้นหากการเจรจาล้มเหลว ในส่วนของ PTTEP คาดกำไรไตรมาส 4/68 ที่ 1.77 หมื่นล้านบาท (+39%QoQ, -4%YoY) ฟื้นตัวเด่น QoQ จากปริมาณขายเฉลี่ยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ต้นทุนต่อหน่วย (Unit Cost) ลดลงด้วยผลของ volume effect รวมถึงการรับรู้กำไรรายการ non-recurring จำนวนมาก แนวโน้มกำไรปกติปี 69 ยังแข็งแกร่ง ฐานะทางการเงินและกระแสเงินสดในมือสูง สามารถคาดหวังต่อ Dividend Yield ในระดับสูงราว 6-7% ต่อปี
– CPN (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 73 บาท เราคาดกำไรปกติในไตรมาส 4/68 ที่ 4.2 พันลบ.ยังเติบโตได้เล็กน้อย q-q และ y-y แข็งแกร่งต่อเนื่องจากฤดูกาล การเพิ่มขึ่นของพื้นที่เข้ามาจาก Central กระบี่ และการรับรู้รายได้ค่าเช่าเต็มไตรมาสของศูนย์การค้าและสำนักงานออฟฟิศ Central Park และเริ่มโอนคอนโดใหม่ 2 แห่งที่นครปฐมและนครสวรรค์ จบปี 2568 คาดกำไรสุทธิ 1.81 หมื่นลบ.+9%y-y สำหรับแนวโน้มกำไรปี 2569 คาดโตโดเด่น +14y-y จากการรรับรู้รายได้ค่าเช่าเต็มปีของศูนย์ทยอยเปิดปีก่อน การเปิดศูนย์ใหม่และการโอนคอนโดหลายแห่ง Valuation ถูก เทรดที่ -1SD ของ P/E เฉลี่ยในอดีต
– AMATA (กรุงไทย เอ็กซ์สปริง) Fair Price: 16.40 บาท บริษัทตั้งเป้ายอดขายที่ดิน 2.80 พันไร่ (เดิม 2 พันไร่) ในปี 2569 เพิ่มขึ้น 127% จากปี 2568 ที่ 1.23 พันไร่ เนื่องจากมีลูกค้าที่เลื่อนเซ็นสัญญาในปลายปีก่อน จะเซ็นสัญญาในช่วงต้นปี-กลางปี 2569 ขณะเดียวกันยังมีงานในมือรอรับรู้รายได้ราว 2.1 หมื่นล้านบาท
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 ก.พ. 69)





