
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 2% ในวันพฤหัสบดี (12 ก.พ.) หลังจากสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ปรับลดคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกในปีนี้ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังปรับตัวลงหลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าวิกฤตการณ์ในตะวันออกกกลางเริ่มผ่อนคลายลง
- ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 1.79 ดอลลาร์ หรือ 2.77% ปิดที่ 62.84 ดอลลาร์/บาร์เรล
- ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 1.88 ดอลลาร์ หรือ 2.71% ปิดที่ 67.52 ดอลลาร์/บาร์เรล
ราคาน้ำมันปรับตัวลง หลังจากสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลกในปีนี้ และเตือนว่าตลาดโลกยังคงเผชิญภาวะอุปทานล้นตลาด แม้มีเหตุขัดข้องที่ทำให้ปริมาณการผลิตน้ำมันลดลงในเดือนม.ค.
ทั้งนี้ IEA คาดว่าอุปสงค์น้ำมันโลกจะเพิ่มขึ้น 850,000 บาร์เรล/วันในปีนี้ ลดลง 80,000 บาร์เรล/วัน เมื่อเทียบกับตัวเลขคาดการณ์ในเดือนม.ค. โดยระบุว่าความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น เป็นปัจจัยกดดันการบริโภคน้ำมัน
นอกจากนี้ IEA เปิดเผยว่า อุปทานน้ำมันโลกลดลง 1.2 ล้านบาร์เรล/วัน สู่ระดับ 106.6 ล้านบาร์เรล/วันในเดือนม.ค. หลังการผลิตน้ำมันได้หยุดชะงักลงในคาซัคสถานและพื้นที่อื่น ๆ
จากการที่อุปทานลดลงในช่วงต้นปี 2569 นั้น IEA จึงได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของอุปทานน้ำมันในปี 2569 สู่ระดับ 2.4 ล้านบาร์เรล/วัน จากเดิมที่คาดไว้ที่ 2.5 ล้านบาร์เรล/วันในเดือนม.ค.
ขณะเดียวกัน IEA คาดการณ์ว่าอุปทานน้ำมันโลกจะสูงกว่าอุปสงค์จำนวน 3.73 ล้านบาร์เรล/วันในปี 2569 แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากตัวเลขคาดการณ์ในเดือนม.ค.
ราคาน้ำมันยังปรับตัวลงหลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าวิกฤตการณ์ในตะวันออกกกลางเริ่มผ่อนคลายลง ซึ่งจะทำให้ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ลดน้อยลงด้วย โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะยังคงดำเนินต่อไป เพื่อประเมินว่ามีโอกาสบรรลุข้อตกลงหรือไม่ โดยการเปิดเผยดังกล่าวมีขึ้นภายหลังการหารือกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ก.พ. 69)





