
นักวิเคราะห์ฯ คาดหุ้นไทยเช้านี้มีแนวโน้มซึมตัว หลังตอบรับประเด็นการเมืองไปพอสมควร ดัชนีปรับขึ้นต่อเนื่องจนเกิดภาวะ Overbought ด้านปัจจัยต่างประเทศเป็น Sentiment ลบกดดันจากความกังวลเรื่อง AI อาจกระทบกลุ่มธุรกิจดั้งเดิม ประกอบกับราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐฯ ค่อนข้างสูง โดยให้แนวรับ 1,420 – 1,430 จุด และแนวต้าน 1,440 – 1,450 จุด
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุนเอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยช้านี้มีโอกาสที่จะเห็นการชะลอตัวหรือซึมตัวลง หลังจากที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงตลอด 4 วันทำการที่ผ่านมาตอบรับประเด็นการเมืองไปพอสมควร จนดัชนีเข้าสู่ภาวะ Overbought ทั้งในกราฟรายชั่วโมง รายวัน และรายสัปดาห์ ซึ่งถือเป็นจังหวะที่ดัชนีควรจะมีการพักฐาน
ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศ Sentiment เป็นลบ ส่งผลให้ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เปิดทำการในช่วงเช้าเริ่มมีการชะลอตัว
โดยให้แนวรับ 1,420 – 1,430 จุด และแนวต้าน 1,440 – 1,450 จุด
ประเด็นพิจารณาการลงทุน
– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (12 ก.พ.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,451.98 จุด ลดลง 669.42 จุด หรือ -1.34%, ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,832.76 จุด ลดลง 108.71 จุด หรือ -1.57% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,597.15 จุด ลดลง 469.32 จุด หรือ -2.03%
– ตลาดหุ้นเอเชียภาคเช้า ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 57,197.33 จุด ลดลง 442.51 จุด หรือ -0.77%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 26,640.16 จุด ลดลง 392.38 จุด หรือ -1.45% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,115.92 จุด ลดลง 18.10 จุด หรือ -0.44%
– ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (12 ก.พ.) 1,441.53 จุด เพิ่มขึ้น 29.83 จุด (+2.11%) มูลค่าซื้อขาย 78,412.29 ล้านบาท
– นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (12 ก.พ.) 10,555.69 ล้านบาท
– ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. (12 ก.พ.)ลดลง 1.79 ดอลลาร์ หรือ 2.77% ปิดที่ 62.84 ดอลลาร์/บาร์เรล
– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (12 ก.พ.) อยู่ที่ 8.66 เหรียญ/บาร์เรล
– เงินบาทเปิด 31.07 อ่อนค่าจากวานนี้ จับตาตัวเลข CPI สหรัฐฯ คืนนี้-ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์
– “อนุทิน” มั่นใจเป็นโอกาสทองของประเทศไทย ต่างชาติเชื่อมั่นเสถียรภาพหลังเห็นผลเลือกตั้ง ยันไม่ใช่คนป่วยแห่งเอเชีย แต่เป็น ปท.แห่งการลงทุน เปิดทางมืออาชีพร่วม ครม.เพิ่ม เผยมีรายชื่ออยู่ในใจแล้ว ลั่นไม่เอานักการเมืองสีเทา บอกใบ้ “คนละครึ่งเฟส 6”
– นักลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ซื้อหุ้นไทย 8 วันติดต่อกันรวม 4.3 หมื่นล้านบาท รับสัญญาณการเมืองมี “เสถียรภาพ” บวกกับ Dividend Yield ของไทยยังสูงกว่าหลายภูมิภาค รวมถึงนโยบายใหม่คือ TISA ที่ช่วยดึงเงินลงทุนระยะยาวเข้าสู่ตลาด
– “กรมธุรกิจพลังงาน” เผยภาพรวมปี 68 มียอดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง 154.85 ล้านลิตรต่อวัน ลดลงเพียง 0.2% นำโดยการใช้ก๊าซ NGV ที่ดิ่งถึง 16.4% และดีเซลลดลง 2.6% สวนทางกับน้ำมันอากาศยานและกลุ่มเบนซินที่ดีมานด์ยังสูงขึ้นต่อเนื่อง
– ก.ล.ต. เปิดเฮียริ่งปรับเกณฑ์จำหน่ายหุ้นซื้อคืน สอดรับกฎกระทรวงพาณิชย์ฉบับใหม่ ชู ขยายเวลาขายเพิ่มไม่เกิน 2 ปี ยกเลิกช่วงพักคอย พร้อมกำหนดเพดานซื้อคืน เพิ่มความคล่องตัวบริหารเงินทุนให้บริษัทจดทะเบียน เลือกจังหวะขายได้เหมาะกับภาวะตลาด ปิดรับฟัง 13 มี.ค. 69
– สมาคมผู้ค้าปลีกไทยชี้ความเชื่อมั่นเริ่มมีสัญญาณดีขึ้นหลังเลือกตั้ง มองรัฐบาลชุดใหม่ส่งผลบวกการลงทุน พร้อมเสนอแพ็กเกจ 6 นโยบายฟื้นเศรษฐกิจดันจีดีพีโตเพิ่มอีกประมาณ 0.5-1.0%
– ‘เอ็กซิมแบงก์’ ปักธงปี 69 ปล่อยกู้อุ้มผู้ประกอบการภาคส่งออก 6 หมื่นล้านบาท พร้อมปรับบทบาททำหน้าที่ ‘Export Co-pilot’ เสริมองค์ความรู้ เติมสภาพคล่องหนุนไทยแข่งขันได้ภายใต้กติกาการค้าโลกยุคใหม่ โชว์ผลงานปี 68 อนุมัติสินเชื่อรวม 5.4 หมื่นล้านบาท
– มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีสถานการณ์ธุรกิจเอสเอ็มอี และดัชนีความสามารถแข่งขันของธุรกิจเอสเอ็มอี ประจำไตรมาส 4 สำรวจจากผู้ประกอบการทั่วประเทศ พบว่า ดัชนีสถานการณ์ธุรกิจ ไตรมาส 4 ปี 68 อยู่ที่ 47.8 พบว่า รายได้ ยอดขาย ลดลง, ยอดคำสั่งซื้อลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง ขณะที่ต้นทุน และค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น หากมองแนวโน้มสถานการณ์ธุรกิจในอีก 6 เดือนข้างหน้า พบว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ ยังคงมองว่า รายได้ ยอดขาย จะเท่าเดิม, ยอดคำสั่งซื้อเท่าเดิม ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่าย ยังคงเพิ่มขึ้น ขณะที่ดัชนีความสามารถการทำธุรกิจ ไตรมาส 4 ปี 68 อยู่ที่ระดับ 47.7
หุ้นเด่นวันนี้
– EPG (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 4.10 บาท ประกาศกำไรปกติ 3QFY26 ที่ 330 ลบ. +9% q-q, +60% y-y สูงกว่าที่เราคาด 19% และเติบโตดีสวนทางฤดูกาล ได้แรงหนุนจากการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพโดยเฉพาะธุรกิจ Aeroflex และ Aeroklas รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนที่สูงกว่าคาด กำไรปกติ 9MFY26 คิดเป็น 84% ของคาดการณ์ทั้งปีที่ 1.14 พันลบ. สะท้อนว่าประมาณการปัจจุบันมี Upside นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงแรงเมื่อคืนคาดเป็น Sentiment หนุนด้านต้นทุน
– HMPRO (พาย) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 8.50 บาท Valuation ที่น่าสนใจพร้อมปันผลระดับ 6% แม้คาดรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/68 ที่ 1.5 พันล้านบาท (-11%YoY,+18%QoQ) ผลจากการลดลงของยอดขายสาขา เดิมจากกาลังซื้อผู้บริโภคลดลง โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือฐานสูงของความต้องการหลังน้าท่วมภาคเหนือแต่คาดฟื้นตัว QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล
– BCPG (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 11.00 บาท เรามีมุมมองเชิงบวกกับ BCPG หลังรายงานกำไรไตรมาส 4/68 ที่ 727 ลบ.เพิ่มขึ้น 343% YoY และ 16% QoQ สูงกว่าที่เราคาดและสูงกว่าประมาณการของตลาดไป 59% และ 52% ตามลำดับ จากส่วนแบ่งกำไรที่สูงกว่าคาด 40% ทั้งนี้ การเติบโตของกำไรได้รับแรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้น 190% YoY และ 30% QoQ จากการรับรู้กำไรเต็มไตรมาสเป็นครั้งแรกของโครงการโรงไฟฟ้าพลังลม Monsoon ทั้งนี้ คาดว่ากำไรของ BCPG ในไตรมาส 1/69 จะเพิ่มขึ้น ทั้ง YoY และ QoQ จากส่วนแบ่งกำไรที่สูงขึ้นของโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯ ตามค่าความพร้อมจ่ายที่เพิ่มขึ้นและเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ก.พ. 69)





