
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงิน บาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 31.07 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากปิดเมื่อวานที่ระดับ 30.97 บาท/ดอลลาร์
โดยตั้งแต่คืนที่ผ่านมา เงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่าลงบ้าง ในลักษณะ Sideways Up หลังบรรยากาศปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) ของตลาดการเงินโดยรวม ทั้งในฝั่งสหรัฐฯ และยุโรป ได้หนุนให้เงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้น
สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท แม้จะพลิกกลับมาอ่อนค่าลงในช่วงคืนที่ผ่านมา แต่เงินบาทอาจทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง ในช่วง ระหว่างวัน ตามอานิสงส์จากแรงซื้อสินทรัพย์ไทย จากบรรดานักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในส่วนของหุ้นไทยที่อาจยังดำเนินต่อไปได้ ประกอบกับแรงขายทองคำในช่วงที่ผ่านมา แม้จะกดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลงแรง แต่ราคาทองคำก็สามารถรีบาวด์สูงขึ้น ช่วยลดทอนแรง กดดันฝั่งอ่อนค่าต่อเงินบาทได้
“การเคลื่อนไหวของราคาทองคำ คือ Two-way risk ต่อเงินบาท ที่พร้อมทำให้เงินบาทเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง โดย ต้องจับตารายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ในคืนนี้ และสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน อย่างใกล้ชิด” นาย พูนระบุ
หากอัตราเงินเฟ้อ CPI ออกมาสูงกว่าคาด จะส่งผลให้ตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED ได้อีก ครั้ง ซึ่งจะหนุนดอลลาร์พร้อมกดดันทั้งราคาทองคำและเงินบาทได้ นายพูน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 30.90-31.20 บาท/ดอลลาร์
ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยน อยูที่ระดับ 153.11 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 152.85/89 เยน/ดอลลาร์
- เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1860 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานที่ระดับ 1.1884/1889 ดอลลาร์/ยูโร
- อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 31.047 บาท/ดอลลาร์
- กกต.สั่งเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วย 3 จังหวัด กทม. อุดรธานี น่าน 22 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมสั่งไม่นับคะแนนใหม่เลือกตั้งเขต 1 ชลบุรี ชี้ไม่มี หลักฐานอันเชื่อได้ว่ามีการทุจริต
- “อนุทิน” มั่นใจเป็นโอกาสทองของประเทศไทย ต่างชาติเชื่อมั่นเสถียรภาพหลังเห็นผลเลือกตั้ง ยันไม่ใช่คนป่วยแห่ง เอเชีย แต่เป็น ปท.แห่งการลงทุน เปิดทางมืออาชีพร่วม ครม.เพิ่ม เผยมีรายชื่ออยู่ในใจแล้ว ลั่นไม่เอานักการเมืองสีเทา บอกใบ้ “คน ละครึ่งเฟส 6”
- กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขขาดดุลงบประมาณประจำเดือนม.ค.69 ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 68 โดยได้รับอานิสงส์จากการจัดเก็บภาษีศุลกากรที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งนี้ สหรัฐฯ ขาดดุลงบประมาณ 95,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนม. ค. ลดลง 26% เมื่อเทียบกับเดือนม.ค.68
- สหรัฐฯ และไต้หวัน ได้บรรลุข้อตกลงการค้าตอบโต้ครั้งประวัติศาสตร์ในวันที่ 12 ก.พ. ซึ่งสะท้อนถึงการยกระดับความ สัมพันธ์ทางเศรษฐกิจเชิงยุทธศาสตร์ และความมุ่งมั่นร่วมกันในการลดอุปสรรคทางการตลาดที่มีมายาวนาน
- กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 5,000 ราย สู่ระดับ 227,000 รายใน สัปดาห์ที่แล้ว แต่สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 222,000 ราย
- นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดอาจชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย หลังมีการเปิดเผยข้อมูลแรงงานที่แข็งแกร่ง โดยกระทรวง แรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันพุธว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้น 130,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. ซึ่งมากกว่าในเดือนธ.ค.ที่ เพิ่มขึ้นเพียง 48,000 ตำแหน่ง และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 66,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราว่างงานลดลงสู่ระดับ 4.3% ต่ำ กว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.4%
- ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (12 ก. พ.) โดยดอลลาร์ยังคงได้รับปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ตัวเลขจ้างงานที่แข็งแกร่งจะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ชะลอการ ปรับลดอัตราดอกเบี้ย
- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงในวันพฤหัสบดี (12 ก.พ.) เนื่องจากข้อมูลแรงงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ ได้บั่นทอน ความคาดหวังที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้นี้ นอกจากนี้ การที่ราคาทองคำดิ่งหลุดจากระดับ 5,000 ดอลลาร์ ยิ่งกระตุ้นให้ตลาดมีแรงขายเข้ามามากขึ้น
- นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอก เบี้ยของเฟด ด้านนักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI จะเพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.7% ในเดือนธ.ค. และ คาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.6% ในเดือนธ.ค.
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ก.พ. 69)





