โบรกเกอร์ประสานเสียงเชียร์ “ซื้อ” หุ้น บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น [BCP] รับอานิสงส์กำไรไตรมาส 4/68 โตแกร่ง พร้อมเปิดเกมรุกซื้อ Caltex ฮ่องกง หนุนกำไรส่วนเพิ่มปีละ 700 ล้านบาท จับตาปี 69 เข้าสู่ยุคเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากโรงกลั่นเดินเครื่องเต็มกำลัง-ธุรกิจไฟฟ้าโตก้าวกระโดด ค่าการกลั่นมีแนวโน้มดี มองพื้นฐานแกร่งแม้ยังมีแรงกดดันจากประเด็นผู้ถือหุ้นใหญ่

| โบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท/หุ้น) |
|---|---|---|
| โกลเบล็ก | ซื้อ | 49.00 |
| กรุงศรี | ซื้อ | 47.50 |
| ฟิลลิป | ซื้อ | 47.00 |
| กรุงไทย เอ็กซ์สปริง | ซื้อ | 42.00 |
| แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ | ซื้อ | 41.00 |
| ดาโอ | ซื้อ | 40.00 |
| อินโนเวสท์เอกซ์ | Outperform | 40.00 |
| ทรีนีตี้ | ซื้อ | 40.00 |
| ยูโอบีเคย์เฮียน | ซื้อ | 40.00 |
| กสิกรไทย | ซื้อ | 39.00 |
นักวิเคราะห์จาก บล.กสิกรไทย ระบุว่า บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น [BCP] เข้าซื้อกิจการ Chevron Hong Kong Limited (CHK) 100% รวมถึงสถานีบริการน้ำมัน 31 แห่ง คลังน้ำมัน รวมถึงลูกค้ากลุ่มเรือเดินสมุทรและน้ำมันเครื่องบิน ซึ่งผลประกอบการของ CHK ในปี 67 มีกำไรสุทธิประมาณ 217 ล้านเหรียญฮ่องกง หรือประมาณ 700 ล้านบาท ดังนั้น การที่ BCP ซื้อ CHK ที่ราคา 270 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 8,700 ล้านบาท เทียบเท่า P/E ประมาณ 8.1 เท่า มองว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของธุรกิจใกล้เคียงในภูมิภาคที่ซื้อขายกันในช่วง 10-14 เท่า หากบริษัทสามารถรักษาระดับกำไรนี้ไว้ได้ จะช่วยเพิ่มกำไรให้ BCP ได้ปีละประมาณ 700 ล้านบาททันที
อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ต้องติดตามคือเรื่องอายุสัญญาเช่าของสินทรัพย์ ทั้งปั๊มน้ำมันและคลังน้ำมันที่เป็นการเช่าพื้นที่ทั้งหมด หากอายุสัญญาเหลือสั้นอาจมีค่าใช้จ่ายในการต่อสัญญาที่ต้องนำมาพิจารณาเพิ่มเติมในอนาคต
ในเชิงกลยุทธ์ การซื้อกิจการครั้งนี้จะส่งผลดีต่อกลุ่มบางจากในอนาคต โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากโรงกลั่น บมจ.บางจาก ศรีราคา (BSRC) (เดิมคือเอสโซ่) ซึ่งปัจจุบันยังมีส่วนต่างกำลังการผลิตที่สามารถรันเพิ่มได้อีกราว 20-30 KBD ขณะที่ Caltex ฮ่องกง มียอดขายน้ำมันอยู่ถึง 60 KBD จึงเป็นโอกาสที่ BCP จะส่งออกน้ำมันที่กลั่นเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความต้องการในฮ่องกง
ทั้งนี้ ประมาณการกำไรสุทธิของ BCP ปี 69 ประมาณ 5,600 ล้านบาท เติบโตจากปี 68 ที่มีกำไร 2,880 ล้านบาท โดยรวมโครงการ SAF ผลิตน้ำมันเครื่องบินชีวภาพยั่งยืนที่จะเข้ามาหนุนกำไรกว่า 1,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ยังไม่รวมกำไรส่วนเพิ่มอีก 700 ล้านบาทจากดีล Caltex ฮ่องกงที่เพิ่งประกาศออกไป
- ธุรกิจโรงกลั่น ค่าการกลั่นยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องและมีแนวโน้มที่ดีขึ้นและไม่มีแผนหยุดซ่อมบำรุง ทำให้รันเครื่องได้เต็มที่ตลอดปี
- ธุรกิจไฟฟ้า รับรู้รายได้เต็มปีจากโครงการพลังงานลมในลาว และการปรับ Capacity Revenue ในสหรัฐฯ ส่งผลทำให้กำไรเติบโตอย่างก้าวกระโดด
- ธุรกิจอื่น ๆ อาทิ ธุรกิจน้ำมัน E&P กำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้น ราคาก๊าซและราคาน้ำมันดูแนวโน้มทรงตัวจากปีที่แล้ว แม้ว่าปริมาณจะค่อนข้าง Oversupply
สำหรับประเด็นความเสี่ยงที่ต้องติดตามคือ กรณีหุ้น 20% ของ Alpha Charter ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีมติให้ส่งเรื่องไปยังพนักงานอัยการเพื่อขอให้ศาลสั่งให้ทรัพย์สินจากขบวนการมิจฉาชีพและสแกมเมอร์ตกเป็นของแผ่นดิน ซึ่งหากรัฐชนะคดี ความกังวลเรื่องการเทขายหุ้นในตลาดจะลดลงเนื่องจากหุ้นจะตกเป็นของแผ่นดิน แต่หากรัฐแพ้ ประเด็นความกังวลเดิมอาจกลับมามีผลต่อราคาหุ้นได้
ทั้งนี้ บล.กสิกรไทย ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 39 บาท
ด้าน บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่า BCP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/68 ที่ 2.2 พันล้านบาท (+13,272% YoY, +100% QoQ) ดีกว่าที่ตลาดคาดที่ 2.0 พันล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทรายงานตัวเลขดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้
ธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน รายงาน crude run ที่ 279.7 แสนบาร์เรลต่อวัน (kbd) (+3% YoY, +6% QoQ) และ operating GRM ที่แข็งแกร่ง USD10.8/bbl (+125% YoY, +46% QoQ) ตามแนวโน้ม crack spread ที่สูงขึ้น ขณะที่มีผลขาดทุนจากสต็อก (stock loss net of NRV) ที่ -USD3.3/bbl
OKEA รายงานปริมาณขายที่ 20.4 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน (kboed) (-30% YoY, -44% QoQ) ขณะที่ราคาขายน้ำมันเข้ามาที่ USD52.4/bbl (-24% YoY, -20% QoQ) และราคาขายก๊าซธรรมชาติอยู่ที่ USD57.4/bbl (-28% YoY, -13% QoQ)
บมจ.บีซีพีจี [BCPG] รายงานปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าที่ 1,999GWh (+11% YoY, -1% QoQ) ทั้งนี้ US CGGT เห็นค่าความพร้อมจ่าย (capacity price) ที่สูงขึ้นเป็น USD270/MW-Day สำหรับช่วงเดือน มิ.ย.68-พ.ค.69 จาก USD29/MW-Day ในช่วง มิ.ย.67-พ.ค.68
ธุรกิจการตลาด รายงาน EBITDA ที่ 1.3 พันล้านบาท (+63% YoY, -20% QoQ) โดยสูงขึ้น YoY ตามปริมาณขายที่ดีขึ้นและค่าใช้จ่ายในการบริการที่ลดลง แต่ลดลง QoQ ตามค่าการตลาดสุทธิ (net marketing margin) ที่อ่อนตัว
คาดได้ประโยชน์จาก crack spread ที่สูงขึ้น YoY ใน ไตรมาส 1/69 ปริมาณขาย OKEA น่าจะฟื้นตัว เราเชื่อว่าบริษัทจะได้ประโยชน์จากแนวโน้ม crack spread ที่แข็งแกร่งในไตรมาส 1/69 ในขณะเดียวกัน ปริมาณขายของ OKEA น่าจะฟื้นตัวจากระดับที่ต่ำในไตรมาส 4/68 ได้
ปรับประมาณการกำไรสุทธิของ BCP ในปี 69 ขึ้น 2% เป็น 5.2 พันล้านบาท เทียบกับ 2.9 พันล้านบาทในปี 68 โดยมีแรงหนุนหลักๆ จากการหายไปของ loss on impairment of assets ของ OKEA ขณะที่คาดว่ากำไรจะโตอีก 2% YoY ในปี 70 ตาม operating GRM ที่สูงขึ้น เมื่อรวมผลกระทบจากการปรับประมาณการกำไรขึ้น เราได้ราคาเป้าหมายใหม่ปี 69 ที่ 40.00 บาท (จากเดิม 34.00 บาท) อิง SOTP
ขณะที่ บล.กรุงศรี ระบุว่า BCP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/68 ที่ 2,216 ล้านบาท (ฟื้นสูง YoY, +100% QoQ) หากตัดรายการพิเศษด้อยค่าของ OKEA ราว -333 ล้านบาท และอื่นๆ ออก กำไรปกติราว 5,378 ล้านบาท (+69% YoY, +67% QoQ) โตสูง YoY และ QoQ จากปัจจัยหลัก ดังนี้:
- ธุรกิจโรงกลั่น ที่ Supply น้ำมันตึงตัวจากโรงกลั่นในสหรัฐฯ และเอเชียปิดซ่อมนอกแผน รวมถึงน้ำมันรัสเซียถูกคว่ำบาตร ส่งให้ค่าการกลั่นรวมเพิ่มเป็นราว 10.8$/bbl (+125% YoY, +46% QoQ)
- ธุรกิจการตลาด: ปริมาณขาย +1% YoY, +7% QoQ ได้การขายภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น กลบธุรกิจของ OKEA ที่ปริมาณขาย 20.4 KBOED (-30% YoY, -44% QoQ) ซึ่งมีการเลื่อนการขายไปไตรมาส 1/69 เพื่อบริหารภาษีฯ และอัตรากำไรลดตามราคาก๊าซฯ และน้ำมันดิบ จาก supply โลกที่เพิ่มขึ้น
เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 69-70 ขึ้น 74% และ 60% เป็น 8,270 ล้านบาท และ 8,711 ล้านบาท ตามลำดับ สะท้อนการปรับค่าการกลั่นขึ้น 7% จาก supply ตึงตัวมากกว่าคาด และภาษีที่ต่ำกว่าคาด โดยคาดกำไรสุทธิปี 69 จะฟื้นตัว YoY จาก
ธุรกิจโรงกลั่น: ไม่มีปิดซ่อม และมีความสามารถในการทำกำไรเพิ่มขึ้นจากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ในการสั่งน้ำมันดิบมากขึ้น (เปิดใช้ท่า VLCC) รวมถึง supply โรงกลั่นโลกยังตึงตัว หนุน Spread หลักอยู่ในระดับสูง และไม่มี Stock Loss ก้อนใหญ่มาฉุด ธุรกิจการตลาด: ลูกค้า Commercial เพิ่มเต็มปีและค่าการตลาดฯ ฟื้นตัว
ธุรกิจโรงไฟฟ้า: รับรู้กำลังการผลิตใหม่และค่าไฟของสหรัฐฯ เพิ่มเต็มปี
บล.กรุงศรี คงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น BCP ปรับราคาเป้าหมายปี 69 เป็น 47.5 บาท/หุ้น มอง BCP เป็นหนึ่งในหุ้นกลุ่มโรงกลั่นที่มีปัจจัยบวกต่อเนื่องในไตรมาส 4/68-ไตรมาส 1/69 จากค่าการกลั่นฟื้นสูง และ Stock Loss ที่ลดลงตามลำดับ
ภาพรวมปี 69 ไม่มีปิดซ่อมและมีการอัปเกรด Facility ส่งให้ Efficiency ดีขึ้น หนุนกำไรสุทธิโตเด่น +187% YoY ในขณะที่ราคายัง Laggard กลุ่มจาก Overhang ความกังวลผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะคลี่คลายช่วงต้น มี.ค. ระยะยาวมีโอกาส Upside จากการต่อยอดกระแสเงินสด ล่าสุดเข้าซื้อธุรกิจค้าน้ำมันในฮ่องกง (Upside ต่อกำไรปี 69-70 ราว 6-11%) อยู่ระหว่างรอข้อมูลเพิ่มเติมในที่ประชุมวันที่ 17 ก.พ.69
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 ก.พ. 69)





