หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งไซด์เวย์อัพ ตอบรับ Sentiment บวกหลัง GDP ไทยดีกว่าคาด-เม็ดเงินไหลเข้าหนุน

นักวิเคราะห์ฯ คาดตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งไซด์เวย์อัพ โดยยังรับ Sentiment บวกหลัง GDP ไตรมาส 4/68 ของไทยออกมาดีกว่าคาด ทำให้เป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นไทยได้ต่อ ประกอบกับ Fund Flow ยังไหลเข้าต่อเนื่องช่วยหนุนตลาดหุ้นไทย ขณะที่สัปดาห์นี้ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่จะปิดทำการในช่วงเทศกาลตรุษจีน พร้อมให้แนวต้าน 1,450 จุด เป็นแนวต้านแรก หากผ่านได้แนวต้านต่อไปที่ 1,460 จุด แนวรับ 1,420 จุด

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม กรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าแกว่งไซด์เวย์อัพ หลังจากภาพของตลาดหุ้นไทยเป็นบวกมากขึ้น รับอานิสงส์จากตัวเลข GDP ไตรมาส 4/68 ที่ออกมาดีกว่าคาด ทำให้เป็นแรงหนุนต่อ Sentiment ของตลาดหุ้นไทยได้ต่อ

ขณะที่ยังคงเห็นเม็ดเงินไหลเข้าตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแรงหนุนให้กับตลาดหุ้นไทยได้ แต่สัปดาห์นี้ตลาดหุ้นในเอเชียหลาย ๆ ประเทศส่วนใหญ่ปิดทำการในเทศกาลตรุษจีน นักลงทุนอาจชะลอไปบ้าง

ให้แนวต้าน 1,450 จุด เป็นแนวต้านแรก หากผ่านได้แนวต้านต่อไปที่ 1,460 จุด แนวรับ 1,420 จุด

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (16 ก.พ.) ปิดทำการ เนื่องในวันประธานาธิบดี

– ตลาดหุ้นเอเชียภาคเช้า ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 56,819.37 จุด เพิ่มขึ้น 12.96 จุด หรือ +0.02% ตลาดหุ้นจีนปิดทำการซื้อขายตลอดทั้งสัปดาห์นี้ ขณะที่ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดทำการในวันนี้จนถึงวันพฤหัสบดีที่ 19 ก.พ. เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ส่วนตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดทำการตั้งแต่วันจันทร์ที่ 16 ก.พ.จนถึงวันพุธที่ 18 ก.พ. เนื่องในวัน “ซอลลัล” หรือวันปีใหม่ของเกาหลี

– ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (16 ก.พ.) 1,438.09 จุด เพิ่มขึ้น 7.68 จุด (+0.54%) มูลค่าซื้อขาย 51,039.47 ล้านบาท

– นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (16 ก.พ.) 216.53 ล้านบาท

– ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. (13 ก.พ.) เพิ่มขึ้น 5 เซนต์ หรือ 0.08% ปิดที่ 62.89 ดอลลาร์/บาร์เรล

– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (13 ก.พ.) อยู่ที่ 6.45 เหรียญ/บาร์เรล

– เงินบาทเปิด 31.15/16 อ่อนค่ารับดอลลาร์แข็งค่า-ราคาทองย่อตัว

– “ไชยชนก” รีบปัด “เนวิน” สกัดกล้าธรรม ย้ำชัดภูมิใจไทยคุมเบ็ดเสร็จด้านเศรษฐกิจ-ความมั่นคง ยังไม่จัดสรรปันส่วน

จนกว่าจะรู้ผลทางการ แต่กวาดเกลี้ยงกระทรวงเกรดเอไม่แบ่งให้ใคร ทั้ง “มหาดไทย-กลาโหม-คลัง-พาณิชย์-เกษตรฯ-อุตฯ-คมนาคม-พลังงาน-ท่องเที่ยว-ดีอี-ยุติธรรม” สะพัด “เสี่ยหนู” ขยับนั่งควบ กห. ลดชั้น “บิ๊กเล็ก” รมช.กห. ดัน “ลูกรักเนวิน” ผงาดขึ้น มท.1 “ผู้กอง” ลั่นอยู่ไหนก็ได้ถ้า “กล้าทำ” ยันไม่หวง ก.เกษตรฯ ไม่ติดพรรคหลักจะเอาไปทำ เย้ย พท.-พรรคเล็ก ชิงมอบตัวเร็ว “ไผ่” แย้มต่อสายคุยกับเลขาฯ ภท.ไร้เงื่อนไข “ณัฐพงษ์” โต้ “แก้วตา” ยันไม่มี “ไอโอส้ม” ไม่ขัด “กล้าธรรม” ถูกเตะโด่งมาเป็นฝ่ายค้าน

– “เอกนิติ” ขอบคุณคนไทยเชื่อมั่นรัฐบาล นโยบาย Quick Big Win งัดเศรษฐกิจพ้นหล่ม ดันจีดีพีปี 68 โต 2.4% ส่วนปี

69 อยากเห็นโต 3% พลัส ลั่นจะทำให้เศรษฐกิจกลับมาโตเต็มศักยภาพสมกับที่ประชาชน-เอกชนเชื่อมั่น ด้าน “ดนุชา” เซอร์ไพรส์จีดีพีโตเกินคาด อานิสงส์ลงทุนรัฐ-ส่งออก-ก่อสร้าง คาดปี 69 โต 1.5-2.5%

– จีนรีเทิร์นกลับเที่ยวไทยคึกคักรับตรุษจีน! สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว เผยยอดพุ่งแตะวันละ 3 หมื่นคนจากปกติ 1.3

หมื่น ลุ้นแรงส่งต่อเนื่องถึงสงกรานต์ ดันทั้งปี 2569 มีโอกาสแตะ 7 ล้านคนแซงหน้าปี 68 ทำได้แค่ 4.4 ล้านคน

– “เครดิตบูโร” เปิดภาพรวมหนี้ครัวเรือนปี 68 แม้ทรงตัวแต่ด้านคุณภาพหนี้น่าห่วง หลังพบ “หนี้เสีย” ยังเป็น “ขาขึ้น” ต่อ

เนื่อง พร้อมชี้ “สินเชื่อเช่าซื้อ-ไมโครเอสเอ็มอี” อาการโคม่า หวั่นคนเข้าไม่ถึงสินเชื่อไหลสู่นอกระบบ ซ้ำเติมภาระย้อนทุบเศรษฐกิจฐานรากพังยับ

– ท่ามกลางการติดตามผลของ “คดีหุ้นอื้อฉาว” ในตลาดหุ้นไทยอย่าง บมจ.มอร์ รีเทิร์น [MORE] ล่าสุดกระบวนการทางกฎหมายกำลังเดินหน้าอีกขั้น เมื่อ “พนักงานอัยการ” ยืนยันกำหนดนัดนำตัว “ผู้ต้องหาเพิ่มเติม” เข้าสู่ศาลในวันที่ 19 ก.พ.2569 นับเป็นช่วงสำคัญของคดีที่ทั้งสองฝ่ายเตรียมเข้าสู่ การต่อสู้ในชั้นศาลอย่างเป็นทางการ ขณะที่ “กลุ่มพรประภา” ได้มีการประกันตัวแล้ว 2 ราย ได้แก่ นายอธิภัทร พรประภา และ นางอรพินธุ์ พรประภา ส่วน นายเอกภัทร พรประภา (คิม) ยังคงไม่ได้มีการให้ประกันตัว

– ปปง. มีมติส่งเรื่อง 4 คดีใหญ่ให้อัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งยึดทรัพย์เครือข่าย “เบน สมิธ-ยิม เลียก-เฉิน จื้อ-ก๊กอาน” ตกเป็นของแผ่นดินในคดีเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ขบวนการสแกมเมอร์ รวมกว่า 13,074 ล้านบาท รวมอายัด

หุ้นบางจาก 6 พันล้านบาท

หุ้นเด่นวันนี้

– AURA (ดาโอ) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 21 บาท มีมุมมองเป็นกลางจากข่าวกระแสเงินสดการดำเนินงานติดลบ

เป็นปกติของธุรกิจช่วงเติบโตทำให้ต้องลงทุนสูงขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกทองขยายสาขาเพิ่มต่อเนื่องทำให้ต้องสต็อกทองเพิ่มขึ้น และธุรกิจขายฝาก พอร์ตลูกหนี้โตสูงต้องใช้เงินสดมากขึ้น การใช้เงินของทั้งสองธุรกิจยังสอดคล้องกับแนวทางการหาแหล่งเงินกู้ รวมถึงโอกาสการเกิด NPL อยู่ในระดับบริหารจัดการได้ เนื่องจากราคาขายฝากให้ส่วนลดค่อนข้างมาก และโดยปกติทิศทางราคาทองเป็นขาขึ้น ทำให้ลูกค้ายังคงมาไถ่ถอนคืน และแนวโน้มกำไร Q1/69 จะยังดีต่อเนื่องจากเป็นช่วง high season ของธุรกิจ

– KTB (พาย) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 35 บาท จากมุมมองบวกต่อความสามารถทำกำไรระยะยาวสูงขึ้น ประเมินด้วยวิธี

GGM (ROE 10%, Terminal growth 2%) อิง 1.0x PBV ปี 69 มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการรักษา ROE ระดับ 2 หลัก และมีความแข็งแกร่งในด้านงบดุล และธนาคารสามารถผ่อนคลำยการตั้งสำรองหนี้ฯ การควบคุมต้นทุนกำรดำเนินงาน รวมทั้งโอกาสเพิ่มอัตราการเงินปันผล (Payout ratio) สูงขึ้นกว่า 46.8%

– BDMS (ฟิลลิป) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 26 บาท คาดกำไรใน Q4/68 ที่ 4,578 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% q-q และ 5.7% y-y จากการเติบโตในกลุ่มผู้ป่วยชาวไทยจากโรคระบาดในช่วงท้ายของปี 68 และกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติที่พำนักภายในประเทศ ประกอบกับมีแนวโน้มได้แรงหนุนจากรายได้จากศูนย์ความเป็นเลิศ (Center of Excellence: COE) ที่มุ่งเน้นรักษาโรคซับซ้อน ซึ่ง 9 เดือนปี 68 คิดเป็นสัดส่วนราว 51%-54% ของรายได้และ EBITDA

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 ก.พ. 69)