WEH จ่อออกหุ้นกู้ชุดใหม่ชูดอกเบี้ยราว 6.90-7.10% คาดเปิดขาย 24-26 มี.ค.นี้

นายณัฐพศิน เชฎฐ์อุดมลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง [WEH] เปิดเผยว่า บริษัทยื่นร่างแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้ (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขออนุญาตออกและเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าว ซึ่งเป็นหุ้นกู้ระยะยาว ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ให้แก่ผู้ลงทุนรายใหญ่ และผู้ลงทุนสถาบัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 6.90-7.10% ต่อปี

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้แต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์ เป็นผู้จัดจำหน่ายหุ้นกู้ครั้งใหม่นี้ รวม 8 ราย ประกอบด้วย บล.ดาโอ (ประเทศไทย) (DAOL), บล.บียอนด์ (BYD), บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) (UOBKH), บล.โกลเบล็ก จำกัด (GBS), บล. เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) (MAYBANK), บล.ทรีนีตี้ (TRINITY), บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) (PST) และ บล. อพอลโล่ เวลธ์ (APW)

หุ้นกู้ชุดนี้มี บล.ดาโอ (ประเทศไทย) เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ และมีธนาคารกรุงเทพ เป็นนายทะเบียนหุ้นกู้ และมีวัตถุประสงค์ในการออกหุ้นกู้ครั้งนี้เพื่อ 1.ซื้อทรัพย์สิน ลงทุน หรือใช้จ่ายในกิจการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจปัจจุบัน 2.ให้กู้ยืมหรือชำระหนี้ภายในกลุ่มบริษัท และ 3.ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้น

WEH เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมรายแรก และรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าพลังงานลมรวม 8 โครงการ มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 717 เมกะวัตต์ ซึ่งมากที่สุดในประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่โครงการรวมประมาณ 850 ตารางกิโลเมตร ในจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดชัยภูมิ โดยโรงไฟฟ้าทุกแห่งได้ดำเนินการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าทั้งหมดให้แก่กฟผ. แล้ว ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ระยะยาว กำลังการผลิตภายใต้สัญญารวม 690 เมกะวัตต์

ทั้งนี้ บริษัทยังคงแสดงศักยภาพการดำเนินงานที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 67 บริษัทมีรายได้รวม 11,313 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 5,388 ล้านบาท คาดว่าจะรักษารายได้รวมที่แข็งแกร่งดังกล่าวต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 โดยมีรายได้รวมงวด 6 เดือนปี 68 อยู่ที่ 5,198 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.68% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ลดลงต่อเนื่องอยู่ในระดับต่ำที่ 0.70 เท่า จาก 0.74 เท่า เมื่อสิ้นปี 67 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ 1.50 เท่า และไม่เคยมีประวัติผิดนัดชำระหนี้ โดยผลการดำเนินงานดังกล่าวเป็นผลจากปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่สูงกว่าเป้าหมาย เนื่องจากความเร็วลมเฉลี่ยอยู่ในระดับสูงใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า รวมถึงความพร้อมใช้งานของกังหันลมที่อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

จุดเด่นสำคัญของบริษัทฯ คือ โครงสร้างรายได้ที่มีความมั่นคงและไม่ผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ เนื่องจากมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ระยะยาวกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ครอบคลุมโรงไฟฟ้าพลังงานลมทั้ง 8 โครงการ ส่งผลให้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ในระดับสูงอย่างสม่ำเสมอ นอกเหนือจากรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าแล้ว โรงไฟฟ้าพลังงานลมจำนวน 5 โครงการจากทั้งหมด 8 โครงการ ยังได้รับเงินส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) ซึ่งมีระยะเวลาครอบคลุมอายุหุ้นกู้ชุดนี้อีกด้วย

บริษัทยังชนะการประมูลโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนแห่งใหม่รวม 4 โครงการ กำลังการผลิตตามสัญญารวม 299 เมกะวัตต์ (MW) ประกอบด้วยโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 3 โครงการ และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน 1 โครงการ โดยมีกำหนดทยอยจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) และเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 70 และจะรับรู้รายได้ครบทั้ง 4 โครงการภายในปี 73 ซึ่งจะส่งผลให้กำลังการผลิตรวมที่ได้รับอนุญาตจากภาครัฐเพิ่มขึ้นเป็น 1,016 เมกะวัตต์ จากเดิม 717 เมกะวัตต์ ซึ่งถือเป็นการบรรลุเป้าหมายตามแผนที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ บริษัทฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการพลังงานลมเพิ่มเติมอีกหลายโครงการ เพื่อเตรียมเข้าร่วมการคัดเลือกในรอบถัดไป

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 ก.พ. 69)