
พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรกไม่หยุด!! หลังกรณีของ บริษัท อีอาร์เอ็กซ์ จำกัด (ERX) หรือ “Kucoin Thailand” โดน ก.ล.ต. สั่งระงับการให้บริการ เนื่องด้วยกรณีของเงินกองทุนสำรองต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ในขณะที่ทาง Kucoin Thailand กำลังเดินหน้าแก้ไขปัญหา Exchange อื่นก็ออกฟีเจอร์ใหม่มาให้ผู้ใช้งานอยู่เรื่อย ๆ ดูท่าตลาด Exchange ไทยน่าจะเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ
มรสุมซัดเข้าใส่ บริษัท อีอาร์เอ็กซ์ จำกัด (ERX) หรือ “KuCoin Thailand” ไม่หยุดหย่อน!! เริ่มตั้งแต่ 3 มกราคม 2569 สำนักงาน ก.ล.ต. สั่งหยุดให้บริการ เนื่องจาก NC (Net Capital) หรือระดับเงินกองทุนของบริษัท ต่ำกว่าร้อยละ 60 พร้อมต้องแจ้งลูกค้าที่ใช้บริการเป็นลายลักษณ์อักษร
8 มกราคม 2569 สำนักงาน ก.ล.ต. มีการเข้าไปตรวจสอบ และพบว่าสินทรัพย์ของลูกค้ายังอยู่ครบ ปลอดภัยดี แต่ทาง Kucoin ก็ยังคงไม่สามารถดำรงเงินกองทุนให้อยู่ในเกณฑ์ได้ และมีการประกาศขยายอายุในการแก้ไข NC ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 อีกครั้ง พร้อมทั้งได้สั่งการให้ ERX หรือ Kucoin Thailand แก้ไขโครงสร้างการบริหารกิจการ (board governance) โดยอย่างน้อย ERX ต้องสามารถแสดงได้ว่ามีแนวทางในการแต่งตั้งกรรมการมาทดแทนกรรมการที่ลาออก เพื่อให้เป็นไปตามประกาศที่กำหนด
ล่าสุดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 259 ที่ผ่านมา ทาง ก.ล.ต. ได้ขยายกรอบระยะเวลาการแก้ไขฐานะการเงินของ ERX ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มีนาคม 2569 พร้อมทั้งรับทราบกรณีการแก้ไขโครงสร้างการบริหารกิจการ (board governance)
แล้ว ERX หรือ Kucoin เกิดอะไรกันแน่?? ก่อนอื่น ต้องทำความเข้าใจกันก่อนนะ Kucoin Global กับ Kucoin Thailand ไม่ใช่เจ้าเดียวกัน!! ทาง Kucoin Thailand ได้ใช้ระบบการเทรดและให้บริการจาก Kucoin Global แต่ว่าไม่มีการเกี่ยวพันทางบัญชีแต่อย่างใด
ล่าสุด คุณอัฏฐ์ ทองใหญ่ อัศวานันท์, CEO บริษัท อีอาร์เอ็กซ์ จำกัด หรือ KuCoin Thailand ได้เปิดเผยกับอินโฟเควสท์ ถึงสถานการณ์ปัจจุบันของ Kucoin Thailand โดยทางบริษัทกำลังอยู่ระหว่างการแก้ไข NC และ โครงสร้างการบริหารกิจการ (board governance) และบริษัทมีความมุ่งมั่นจะกลับมาให้บริการในไทย พร้อมปรับโฉมใหม่ และยืนยันถึงจำนวนเงินทุนที่บริษัทมี และความปลอดภัยของสินทรัพย์ของลูกค้า
ใครที่อยากลองใช้ระบบเทรดของ Kucoin, Exchange อันดับ 8 ของโลก รอใช้งานได้เลย!!
มาแล้วกับฟีเจอร์ใหม่ เอาใจสายออม!! ล่าสุด BITKUB เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ “AutoDCA” ที่ให้นักลงทุนสามารถเข้าไปสร้างคำสั่งซื้อเหรียญตามจำนวน และช่วงเวลาที่กำหนด โดยซื้อขั้นต่ำแค่ 10 บาท เท่านั้น!!
แค่นั้นไม่พอ BITKUB ยังเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่เอาใจสายทองคำด้วย “ตัวช่วยเทียบเคียงหน่วยทองคำ” เพิ่มความสะดวกในการลงทุน เจ้าแรกในวงการคริปโทฯ ตัวฟีเจอร์นี้เป็นการเทรดเหรียญ XAUT ซึ่งเป็นเหรียญ Tether Gold หรือโทเคนที่ออกโดย Tether โดยอ้างอิงตามมูลค่าราคาทองคำจริงในตลาด ในสัดส่วน 1 ต่อ 1 โดย 1 XAUT จะเทียบเท่ามูลค่าทองคำบริษัทสุทธิ์ 1 ทรอยออนซ์ คิดเป็นน้ำหนัก ประมาณ 31.1034 กรัม หรือราว ๆ 2.04 บาททองคำไทย
ฟีเจอร์นี้ตอบโจทย์นักเทรดคริปโทฯ ที่อยากจะซื้อทองเหมือนกัน กดผ่าน App ง่ายนิดเดียว ข้อดีคือ เราสามารถซื้อเป็นหน่วยย่อยได้ ไม่จำเป็นต้องซื้อเป็นทองก้อน แถม Tether เองก็มีเครดิตดี stablecoin ที่ใหญ่ที่สุด มูลค่าเทรดเป็นอันดับ 3 ของโลก
ล่าสุด Binance Research เปิดรายงาน “FULL-YEAR 2025 & THEMES FOR 2026” โดยระบุว่า ปี 2026 นี้จะเป็นปีที่ตลาดเข้าสู่ “การเติบโตอย่างยั่งยืน” จากแรงขับเคลื่อนด้านนโยบายการเงินและการคลัง เนื้อหาเป็นยังไง สรุปให้ฟังกัน!!
ถ้าเรามองปี 2025 ที่ผ่านมา ตลาดอยู่ในภาวะที่เรียกว่า “Data Fog” หมายความว่าข้อมูลมหาศาล ซับซ้อน เกิดเร็วเกินกว่าที่นักลงทุนทั่วไปจะประมวลผลได้ทัน ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพ แต่ปี 2026 จะเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า “Risk Reboot” หรือการล้างกระดานความเสี่ยงใหม่อย่างเต็มรูปแบบ ที่สำคัญคือ ตลาดจะเปลี่ยนจากการเก็งกำไรของรายย่อย ไปสู่กระแสเงินระดับสถาบันและระดับรัฐบาล หรือที่เรียกว่า Sovereign-scale Liquidity
และอีกปัจจัยสำคัญก็คือ นโยบายมหภาค 3 แรง รายงานชี้ว่า ปีนี้ตลาดถูกขับเคลื่อนด้วยสิ่งที่เรียกว่า “Policy Triumvirate” หรือ 3 แรงมหภาคพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น
การผ่อนคลายนโยบายการเงิน – Fed มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยเข้าสู่ระดับ Neutral Rate ประมาณ 3% และขยายงบดุล คาดว่าจะอัดสภาพคล่อง 5-6 แสนล้านดอลลาร์ พร้อมกับการผ่อนคลายจากจีนและยุโรป
มาตรการกระตุ้นการคลัง – กฎหมาย OBBBA ในสหรัฐฯ จะคืนเงินภาษีให้ครัวเรือนราว 1-1.5 แสนล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปี 2026 ซึ่งเงินแบบนี้ตามสถิติแล้วจะไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงเร็วมาก
การผ่อนปรนกฎระเบียบ – รัฐบาลสหรัฐฯ ชุดใหม่มีแนวโน้มลดข้อจำกัดด้านเงินทุนใน Wall Street ซึ่งอาจปลุก “Animal Spirits” ทำให้ M&A และ IPO กลับมาคึกคัก และเมื่อทั้ง 3 อย่างเกิดพร้อมกัน ความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง หรือ Risk Appetite อาจพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ประกอบกับ ปี 2026 บทบาทของ Bitcoin จะชัดเจนขึ้นในฐานะสินทรัพย์ระดับมหภาค ไม่ใช่แค่ระบบชำระเงิน ทั้งความพยายามผลักดันกฎหมายจัดตั้ง “Strategic BTC Reserve” ในสหรัฐฯ เพื่อให้รัฐบาลสามารถซื้อ Bitcoin โดยตรงด้วยงบประมาณแผ่นดิน ไม่ใช่ถือเฉพาะเหรียญที่ยึดมาได้ และยังมีประเทศอย่างบราซิล ปากีสถาน และรัสเซีย ที่กำลังพิจารณาแนวทางเดียวกัน
อีกทั้งอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนผ่านจากช่วงสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ไปสู่การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยแอปพลิเคชัน และ Stablecoin มีมูลค่าตลาดทะลุ 3 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2025 และปริมาณธุรกรรมต่อวันสูงถึง 3.54 ล้านล้านดอลลาร์ แซงหน้า Visa ไปแล้ว
สรุปแล้ว ในรายงานมองว่า ปี 2026 คือปีแห่ง “Purification” หรือการล้างไพ่ใหม่ ยุคเหรียญขยะและการเก็งกำไรไร้ทิศทางกำลังจบลง โปรโตคอล DeFi ชั้นนำสามารถสร้างรายได้รวมกว่า 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ เทียบชั้นสถาบันการเงินใหญ่ระดับโลกได้แล้ว และความท้าทายสำคัญต่อจากนี้ ไม่ใช่แค่เรื่อง Decentralization แต่คือการสร้าง “Verifiable Trust” หรือความไว้วางใจที่ตรวจสอบได้ เพื่อให้ทั้งผู้บริโภคและสถาบันเข้าสู่โลกคริปโทฯ อย่างมั่นใจเต็มร้อย
แล้วทั้งหมดนี้คือทิศทางปี 2026 ที่ Binance Research มองไว้!! ปีหน้าจะเป็นปีของสถาบันจริงไหม ต้องรอดูกัน!!
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 ก.พ. 69)





