
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลดลงในวันพฤหัสบดี (19 ก.พ.) โดยหุ้นกลุ่มเหมืองแร่และสาธารณูปโภคนำตลาดปรับตัวลง ขณะที่นักลงทุนประเมินผลประกอบการที่ออกมาคละเคล้าทั้งบวกและลบจาก Airbus, Rio Tinto และ Nestle
- ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 625.33 จุด ลดลง 3.36 จุด หรือ -0.53%
- ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,398.78 จุด ลดลง 30.25 จุด หรือ -0.36%
- ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,043.57 จุด ลดลง 234.64 จุด หรือ -0.93% และ
- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,627.04 จุด ลดลง 59.14 จุด หรือ -0.55%
- ดัชนี STOXX 600 ลดลงอย่างมากจากระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพุธ ขณะที่ตลาดหุ้นหลักส่วนใหญ่ในภูมิภาคเคลื่อนไหวในแดนลบเช่นกัน
หุ้น Airbus ร่วงลง 6.8% หลังผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ที่สุดของโลกปรับลดเป้าหมายการผลิตเครื่องบินรุ่นหลัก โดยระบุว่า Pratt & Whitney ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงด้านการจัดหาชิ้นส่วนที่สำคัญได้
ด้าน Rio Tinto ผู้ผลิตแร่เหล็กรายใหญ่ที่สุดของโลก ปรับตัวลง 3.7% หลังรายงานกำไรทั้งปีทรงตัวและต่ำกว่าคาด เนื่องจากราคาแร่เหล็กที่ลดลง
ขณะที่ Nestle ผู้ผลิตกาแฟ Nescafe พุ่งขึ้น 3.9% หลังรายงานยอดขายไตรมาส 4 ขยายตัวดีกว่าคาด และประกาศแผนขายธุรกิจไอศกรีม
ความคาดหวังต่อผลประกอบการปรับตัวดีขึ้นตลอดฤดูกาลรายงานงบการเงินครั้งนี้ โดยข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า นักวิเคราะห์คาดว่า กำไรรายไตรมาสจะลดลง 0.6% เมื่อเทียบรายปี ดีขึ้นจากที่เคยคาดว่าจะลดลง 4% เมื่อต้นเดือนนี้
ในรายกลุ่มอุตสาหกรรม หุ้นเหมืองแร่ลดลง 2.1% หลังจากดีดตัวแรงในวันพุธ ขณะที่กลุ่มสาธารณูปโภคร่วงลง 1.8% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรายวันที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. โดยความเชื่อมั่นนักลงทุนได้รับผลกระทบหลังอิตาลีอนุมัติการขึ้นภาษีนิติบุคคลต่อบริษัทพลังงานเพื่อช่วยลดค่าไฟฟ้า
หุ้น Centrica เจ้าของ British Gas ร่วงลง 5.2% หลังเตือนว่ากำไรปี 2569 ของธุรกิจซื้อขายพลังงานจะต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ และประกาศระงับโครงการซื้อหุ้นคืน
บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกยังเปราะบาง หลังสหรัฐฯ และอิหร่านเพิ่มกิจกรรมทางทหารในตะวันออกกลางซึ่งอุดมด้วยน้ำมัน แม้ว่าการเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านที่นครเจนีวาจะแสดงสัญญาณความคืบหน้า
หุ้นกลุ่มพลังงานยุโรปปรับตัวขึ้น 0.9% ตามราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น 2%
หุ้น Orange ของฝรั่งเศสพุ่งขึ้น 7.5% แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 16 ปี หลังตั้งเป้ามีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานราว 5.2 พันล้านยูโร หรือประมาณ 6.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2571
ส่วนหุ้น Arcadis ร่วงลง 9.6% หลังบริษัทออกแบบก่อสร้างที่เน้นด้านความยั่งยืนจากเนเธอร์แลนด์รายงานรายได้ปี 2568 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 ก.พ. 69)





