มองมุมต่าง: “เอกนิติ” ภารกิจฟื้น GDP เร่งเครื่องปลุกความเชื่อมั่น วัฏจักรใหม่ตลาดหุ้นไทย

ต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า รอบนี้หลายคนเริ่มหันกลับมามองเศรษฐกิจไทยด้วยความหวังมากขึ้น หลังตัวเลข GDP ไตรมาส 4 พลิกฟื้นเหนือความคาดหมาย จากภาพซบเซาที่ยืดเยื้อมานาน เบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดจากโชคช่วย แต่เกิดจากการเร่งเบิกจ่ายภาครัฐที่พุ่งขึ้นถึง 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตัวเลขนี้ไม่ได้สะท้อนแค่ เงินถูกใช้มากขึ้น แต่สะท้อนถึงการตัดสินใจเชิงนโยบายที่เอาจริงกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

บทบาทของ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในฐานะผู้รู้ระบบการคลังอย่างลึกซึ้ง รู้ว่าจังหวะไหนต้องเร่ง จังหวะไหนต้องปลดล็อก และรู้วิธีทำให้งบประมาณกระจายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่เพียงเร่งใช้เงิน แต่ใช้เงินให้เกิดแรงกระเพื่อมจริงในระบบเศรษฐกิจฐานรากและภาคธุรกิจ

ขณะเดียวกัน ภาพของรัฐบาลที่นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล และทีมงานจาก พรรคภูมิใจไทย ก็เริ่มชัดขึ้นในมุมของการ “ทำทันทีเมื่อทำได้” การปลดล็อก BOI Fast Track ทำให้ขั้นตอนอนุมัติโครงการเร็วขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และส่งผลให้การลงทุนภาคเอกชนที่ติดลบต่อเนื่องหลายไตรมาสเริ่มกลับมาขยับอีกครั้ง

หากเปรียบเศรษฐกิจไทยเป็นผู้ป่วย ก็ต้องยอมรับว่าเราอยู่ใน ICU มานาน การเร่งเบิกจ่าย การกระตุ้นการลงทุน และการคลายล็อกระบบราชการ คือการให้ออกซิเจนและเลือด เพื่อพยุงให้ร่างกายกลับมามีแรงพอจะรับการรักษาระยะยาว ซึ่งในอนาคตอาจหมายถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่และการยกเครื่องการศึกษา แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น การประคองให้ระบบฟื้นก่อนคือเงื่อนไขสำคัญที่สุด

เมื่อมองย้อนกลับไป หลายคนเริ่มเปรียบเทียบกับยุคที่ พรรคเพื่อไทย ดูแลเศรษฐกิจ ซึ่งแม้จะมีทีมเศรษฐกิจหลายชุด แต่ไม่สามารถผลักดันนโยบายหลักให้เกิดผลเป็นรูปธรรมได้ โดยเฉพาะโครงการ Digital Wallet ที่สะดุดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งที่สามารถใช้แอปที่มีอยู่แล้วอย่าง เป๋าตัง ได้ทันที แต่ก็ไม่ใช้

ความต่างจึงอยู่ที่แนวทาง ระหว่างการออกแบบสิ่งใหม่ กับการใช้สิ่งที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ทั้งหมดนี้ไม่ได้สะท้อนแค่ภาพการเมือง แต่สะท้อนถึง จังหวะของการมอง(แบบประเมิน)เศรษฐกิจ ที่กำลังเปลี่ยน และการเปลี่ยนจังหวะนั้นส่งผลโดยตรงต่อตลาดทุน

เมื่อ GDP ฟื้นเหนือคาด และการเบิกจ่ายเร่งตัวแรง ตลาดจะเริ่ม price in การฟื้นตัวล่วงหน้า นักลงทุนไม่ได้รอให้ตัวเลขทุกตัวสมบูรณ์ก่อน แต่จะซื้อเมื่อเห็นสัญญาณว่ารัฐเอาจริง นี่คือเหตุผลว่าทำไมดัชนีของ ตลาดหุ้นไทยถึงพุ่งแรง พร้อมวอลุ่มทะลักเข้ามาในช่วงนี้

ขั้นต่อมาคือเม็ดเงินต่างชาติ ภาพรัฐบาลที่เดินหน้าเร่งงบและปลดล็อกการลงทุน ทำให้ตลาดหุ้นไทยกลับมาเข้าข่ายลงทุนได้

ในระยะสั้น หุ้นใหญ่และกลุ่มอิงเศรษฐกิจในประเทศจะนำตลาด ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร รับเหมา วัสดุก่อสร้าง ค้าปลีก หรือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน เพราะตลาดคาดว่าเงินรัฐจะไหลลงสู่ระบบจริง ไม่ใช่เพียงแผนบนกระดาษ

ในระยะกลาง หากการเบิกจ่ายยังต่อเนื่อง และ BOI Fast Track ทำให้โครงการเอกชนเกิดขึ้นจริง กำไรบริษัทจดทะเบียนจะเริ่มฟื้นตาม นั่นจะทำให้รอบนี้ไม่ใช่แค่รีบาวด์ แต่มีโอกาสเป็น re-rating ของตลาด จากเดิมที่หุ้นไทยถูกมองว่าโตช้า ก็อาจถูกประเมินมูลค่าใหม่

ทั้งนี้ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไม่ใช่แค่การฟื้นของตัวเลขเศรษฐกิจ แต่คือการฟื้นของ “ความเชื่อมั่น” และในโลกการลงทุน ความเชื่อมั่นคือเชื้อเพลิงที่ทรงพลังที่สุด เมื่อความเชื่อมั่นมา เงินใหญ่จะตาม เมื่อเงินใหญ่มา ตลาดจะวิ่ง

คำถามจึงไม่ใช่ว่าเศรษฐกิจดีพอหรือยัง แต่คือ เรากำลังอยู่ในจุดเริ่มต้นของวัฏจักรใหม่หรือไม่

ถ้าใช่ รอบนี้อาจไม่ใช่แค่การกระตุ้นระยะสั้น แต่อาจเป็นจังหวะเปลี่ยนผ่านของทั้งเศรษฐกิจและตลาดทุนไทยอย่างแท้จริง

ธิติ ภัทรยลรดี

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 ก.พ. 69)