
นางสุพินท์ มีชูชีพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น [PRI] เปิดเผยว่า เป้าหมายปี 69 ตั้งเป้ารายได้อยู่ที่ 2,000 ล้านบาท พร้อมขยายงานบริการ มองโอกาสขยายฐานลูกค้าใหม่ ที่มาจากทุกแพลตฟอร์ม และจับมือกับพาร์ทเนอร์เชิงกลยุทธ์ (NEW THIRD-PARTY CUSTOMERS) เพื่อเพิ่มช่องทางผู้ให้บริการ นอกจากนี้ยังเดินหน้าขยายตลาดสู่ทำเล หรือพื้นที่ใหม่ โดยเน้นไปที่จังหวัดขอนแก่น และภูเก็ต ทั้งนี้ พรีโมฯ มุ่งเน้นสร้างสังคม และสิ่งแวดล้อมที่ดีผ่านกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลให้แก่พนักงานอย่างต่อเนื่อง
จากการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ธุรกิจ และพฤติกรรมของผู้บริโภค บริษัทมองว่าปี 69 นี้ เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจที่ให้บริการที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อรองรับจุดเปลี่ยนธุรกิจ บริษัทพรีโมฯ ได้วางกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบแนวคิด “2026 STRATEGY PRIMO TRANSFORMATION ERA” ผ่าน 5 กลยุทธ์สำคัญ ดังนี้
1. Elevating Service Standards to Premium Level (ยกระดับมาตรฐานบริการสู่ระดับพรีเมียม)
ยกระดับคุณภาพบริการในทุกมิติ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมาย ผ่านการพัฒนาศักยภาพทีมงานด่านหน้าอย่างต่อเนื่อง กำหนดมาตรฐานการให้บริการที่วัดผลได้ และออกแบบ Seamless Experience ครอบคลุมทุก Touchpoint เพื่อความสม่ำเสมอ เป็นมืออาชีพ และแตกต่างในระดับพรีเมียม
2. Expanding into High-Value Segments (ขยายฐานสู่กลุ่มลูกค้ามูลค่าสูง)
ขยายตลาดสู่กลุ่มศักยภาพสูง อาทิ อาคารสำนักงาน โรงแรม Retail & Commercial Complex หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ รวมถึงภาคอุตสาหกรรม และโรงพยาบาล พร้อมเพิ่มสัดส่วนลูกค้าภายนอก (Third-Party Customers) เพื่อกระจายแหล่งรายได้ และสร้างการเติบโตที่มั่นคง รวมถึงเดินหน้าขยายพื้นที่ยุทธศาสตร์ใหม่ (New Geography) เช่น เมืองท่องเที่ยว และหัวเมืองหลักอย่าง ภูเก็ต และขอนแก่น
3. Building Community Ecosystem (พัฒนาระบบนิเวศการอยู่อาศัยแบบครบวงจร)
ต่อยอดจากการบริหารอาคาร สู่การสร้าง “Community Ecosystem” ที่เชื่อมโยงผู้อยู่อาศัย บริการ และพาร์ทเนอร์เข้าไว้ด้วยกัน ครอบคลุม Pet Services, Wellness Services, Lifestyle Programs และกิจกรรมชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้าง Engagement อย่างต่อเนื่อง ทำให้อาคารไม่ใช่เพียงพื้นที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งประสบการณ์
4. Technology & Data Integration (ขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยีและข้อมูล)
วางเทคโนโลยีเป็นศูนย์กลางของการทรานส์ฟอร์มองค์กร ผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลและแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อบริการทั้งหมดไว้ในระบบเดียว โดยนำ Data Analytics มาใช้เพื่อ เพิ่มความรวดเร็วในการตอบสนองต่อคู่ค้า (Improve Response Time) เพิ่มความโปร่งใสในการให้บริการ (Service Transparency) สนับสนุน Predictive Maintenance และเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน (Operational Efficiency) ทั้งยังช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับ Customer Experience ด้วย Data-Driven Organization
5. ESG as a Strategic Driver (เติบโตอย่างยั่งยืนด้วยพลัง ESG)
ผลักดัน ESG เป็นแกนหลักขององค์กร ผ่านแนวคิด PRIMO CARE ครอบคลุม People, Pet และ Planet มุ่งสร้างความยั่งยืนทั้งในมิติบุคคล ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ผสานแนวคิด ESG เข้ากับการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นระบบ ภายใต้กรอบ
- People ส่งเสริมคุณภาพชีวิตพนักงาน ลูกบ้าน และชุมชน
- Pet สนับสนุนสวัสดิภาพสัตว์เลี้ยง และสร้างสังคม Pet-Friendly
- Planet ขับเคลื่อนโครงการสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงาน ลดขยะ และคาร์บอนฟุตพริ้นท์
ปัจจุบันมีพอร์ตลูกค้าประเภทโปรเจกต์ที่อยู่ระหว่างดูแลกว่า 223 โปรเจกต์ และกว่า 40,000 ครอบครัว ซึ่งมีทั้งคอนโดฯ อาคารสำนักงาน โรงแรม ศูนย์การค้า โรงพยาบาล และอุตสาหกรรม เป็นต้น
ด้วยทิศทางดังกล่าว PRI มุ่งมั่นสร้าง New Growth Engine ให้กับกลุ่มธุรกิจ เสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างรายได้ และยกระดับองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้านบริการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรที่ขับเคลื่อนด้วยคุณภาพ เทคโนโลยี และความยั่งยืน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 ก.พ. 69)





