
เป็นเรื่องใหญ่โต เมื่อนักลงทุนเดินทางฟ้องเอาเรื่องกับบุคคลผู้มีชื่อเสียง ทั้งเรื่องหลอกให้ลงทุนแล้วอยู่ดี ๆ ก็หายเข้ากลีบเมฆ กรณีนี้มีนักลงทุนโดนประจำ ท้ายที่สุดแล้วอาจอยู่ที่การระวังตัวเอง ไม่ให้เป็นเหยื่อของมิจฉาชีพในโลกการลงทุน!!
แหก “ดีลทิพย์พันล้าน” ดาวรุ่ง VC ไทย หลอกขายโทเค็น Private ก่อนหายตัว!!
เป็นที่ฮือฮากันในช่วงนี้ เมื่ออยู่ดี ๆ ก็มีการพูดถึงหนุ่ม profile ดี อดีตเป็นถึงผู้บริหารของกองทุนใหญ่ หรือ คุณจอม กัมปนาท วิมลโนท ซึ่งปัจจุบันขาดการติดต่อ หาตัวไม่เจอ ติดต่อไม่ได้ แถมได้เงินจากนักลงทุน เพื่อนในวงการมากมายติดมือไปด้วย เรื่องราวมันเป็นยังไง??
ทาง Scamurai.io ได้เปิดเผยเรื่องรายของคุณจอม นับเป็นชายหนุ่มที่มี profile น่าสนใจ มีประสบการณ์ในวงการ start-up กว่า 10 ปี แถมเคยขึ้นเวทีเป็น speaker บนเวทีระดับโลก และเคยดำรงตำแหน่ง Managing Director ที่ KXVC
KXVC คือ กองทุนด้าน Web3 และ AI มูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์ ภายใต้เครือของ ธนาคารกสิกรไทย ตำแหน่งนี้ไม่ใช่เล็ก ๆ เลย นอกจากนี้ นายจอมยังสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการใช้นามบัตรตัวเองแทนการใช้ pitch deck ของบริษัท, สร้างเครือข่ายในวงการคริปโท, พร้อมกล่าวอ้างว่ารู้จักกับเจ้าของโปรเจ็กต์ตัวจริง
วิธีของเขาจะเน้นที่กลุ่ม High Net worth ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบเลย ไม่ว่าจะเป็น Private Allocation ยกตัวอย่างเคส เช่น เวลามีเหรียญใหม่ ๆ โปรเจ็กต์ใหม่ ๆ ออกมา อาจมี scammer กล่าวอ้างว่ารู้จักกับเจ้าของโปรเจ็กต์ หรือ มีโควตาเหรียญต้นน้ำ ซึ่งเป็นราคาทุน ถ้าเข้าตลาดปุ๊บ ราคาพุ่งแน่นอน ให้นึกถึงภาพหุ้น IPO ที่มีศักยภาพดี
แต่ว่าเหรียญพวกนี้ จะมี Lock-up period ราว ๆ 1-3 ปี คือเหรียญไม่สามารถขายได้ ป้องกันกลุ่ม VC หรือผู้ที่ได้เหรียญไป เทขาย dump ตลาด กันราคาร่วงนั่นเอง
เรื่องมาแดงตรงที่ช่วงปลายเดือน มี.ค.68 นายจอมเริ่ม fade ออกจากวงการและงานต่าง ๆ โดยให้เหตุผลเรื่องปัญหาสุขภาพ และติดต่อไม่ได้ คราวนี้พอถึงเวลาปลดล็อกเหรียญ ก็ไม่มีใครได้เหรียญ คนในวงการคริปโทฯ มาเจอกัน มีการถามไถ่ ถึงได้รู้กันว่า คุณก็โดนหรอ? ผมก็โดนเหมือนกัน ลักษณะก็เป็นอย่างนี้
จริง ๆ แล้วเคสนี้ มีคนในวงการเราโดนไปเยอะมาก ตัวเลขมากน้อยแตกต่างกันไป ซึ่งผู้เสียหายต่างยอมรับว่า สาเหตุที่ร่วมลงทุนไปเพราะเชื่อในเครดิตของคุณจอม และคนที่คุณจอมกล่าวอ้าง ทั้งตำแหน่งหน้าที่การงาน และเอกสารที่น่าเชื่อถือต่าง ๆ โดยลืมตระหนักว่าบางทีแล้ว สิ่งเหล่านี้ อาจจะเป็นแค่เปลือกนอก
ทั้งนี้ KXVC ได้มีการชี้แจงว่า นายจอม กัมปนาท พ้นสภาพพนักงานไปตั้งแต่ 31 มี.ค.68 แล้ว และตอนนี้ยังไม่มีการออกมาชี้แจงเพิ่มเติม โดยแหล่งข่าวบอกว่านายจอมได้เดินทางออกนอกประเทศไปตั้งแต่ปีที่แล้ว งานนี้แอบเห็นใจ คนใกล้ชิดกันไม่น่าทำกันได้
ดราม่า ‘แอ็คมี่ ลิงดำ’ นักลงทุนแห่แจ้งความ เสียหายกว่า 1,300 ล้านบาท!!
ชื่อของ “แอ็คมี่” วรวัฒน์ นาคแนวดี กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง สาเหตุจากเมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา มีกลุ่มผู้เสียหายกว่า 30 คนเข้าแจ้งความกับตำรวจ โดยระบุว่าถูกชักชวนให้ร่วมลงทุนในดีลคริปโทฯ และโปรเจ็กต์บล็อกเชน มูลค่าความเสียหายกว่า 1,300 ล้านบาท ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นหนึ่งในคดีลงทุนคริปโทฯ ที่ทุกคนให้ความสนใจอีกครั้ง
จากที่ผู้เสียหายบางส่วนเล่ามา แอ็คมี่ หรือ นายวรวัฒน์ ได้มีการเสนอดีลลงทุนโทเคน คริปโทฯ พร้อมเอกสารรายละเอียดที่ดูน่าเชื่อถือ นักลงทุนจะต้องรอช่วงเวลาปลดล็อกเหรียญ แต่เมื่อถึงเวลารับผลตอบแทนกลับมีการเลื่อนกำหนด อ้างปัญหาหรือเปลี่ยนเงื่อนไขในการจ่ายเงิน และในบางกรณี ผู้ลงทุนบอกว่าไม่สามารถติดต่อได้ รวมถึงยังไม่ได้รับเงินคืน เงินลงทุนของแต่ละราย ก็มีตั้งแต่หลักหมื่น ไปจนถึงหลักล้านดอลลาร์
ก่อนหน้านี้ในปี 66 สำนักงาน ก.ล.ต. เคยกล่าวโทษกรณีที่ “แอ็คมี่” ดำเนินธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต ผ่านเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการเทรดคริปโทฯ ซึ่งเช้านี้ ก.ล.ต. ได้การอัพเดตความคืบหน้าว่าปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ นอกจากนี้ มิ.ย.68 ก.ล.ต. ได้ส่งไม้ต่อกระทรวง DE ปิดช่องทางการเข้าถึงเวบไซด์ดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อย
ใครที่จะเทรดที่ไหนที่ชื่อไม่คุ้น แนะนำว่าให้เช็คที่ Investor Alert หรือ แอปพลิเคชัน SEC Check First ก่อน!!
Mastercard เปิดโปรแกรมพันธมิตรคริปโต! ดึงบริษัทร่วมกว่า 85 ราย!!
บริษัทชำระเงินยักษ์ใหญ่อย่าง Mastercard ประกาศเปิดตัว Crypto Partner Program หรือโปรแกรมพันธมิตรด้านคริปโทฯ ระดับโลก โดยในเฟสแรก มีบริษัทในอุตสาหกรรมคริปโทฯ และการชำระเงิน เข้าร่วมมากกว่า 85 บริษัท
โปรแกรมนี้มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมต่อทั้งบริษัทคริปโต, สถาบันการเงิน และผู้ให้บริการชำระเงิน เข้าด้วยกัน และในในช่วงที่สินทรัพย์ดิจิทัลกำลังมีบทบาทมากขึ้นในบริการทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินข้ามประเทศ, การชำระเงิน รวมไปถึงบริการทางการเงินรูปแบบใหม่
ในส่วนของบริษัทที่เข้าร่วมโครงการ มีทั้งแพลตฟอร์มคริปโทฯ, เครือข่ายบล็อกเชน และผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็น Binance, Circle, Gemini, Paxos, Ripple, PayPal, Polygon, Solana, Crypto.com, MoonPay
ทางฝั่ง Mastercard บอกว่า บริษัทเหล่านี้จะร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผสาน เทคโนโลยีบล็อกเชนกับโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินที่มีอยู่ โดยกรณีใช้งานหลักจะเน้นไปที่ การโอนเงินข้ามประเทศ, การชำระบัญชี, และการชำระเงินเชิงพาณิชย์
และการเปิดโปรแกรมนี้ ก็สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทการชำระเงินรายใหญ่อย่าง Mastercard และ Visa กำลังเดินหน้าผสาน บล็อกเชนและสเตเบิลคอยน์ เข้ากับระบบการเงินแบบดั้งเดิมมากขึ้น
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 มี.ค. 69)




