CHAO ปรับพอร์ตสู้ กำไรพุ่งสวนทางรายได้ในไทยแผ่วกดดัน มุ่งเป้า Better-for-You ขยายฐาน B2B

นางสาวณภัทร โมรินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี [CHAO] กล่าวว่า บริษัทมุ่งเดินหน้าขยายส่วนแบ่งการตลาดในประเทศด้วยกลยุทธ์ Marketing 360 องศา เชื่อมโยงช่องทางออฟไลน์และออนไลน์เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่ม โดยเตรียมส่งแคมเปญรุกหนักในช่วงต้นปีด้วยผลิตภัณฑ์ “ข้าวตังหน้าล้น” และตามด้วย “หมูแท่ง” ในช่วงกลางปีเพื่อเร่งการเติบโตของกลุ่ม Meat Snack

พร้อมกันนี้ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่านการใช้ระบบอัตโนมัติและพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อรักษาเสถียรภาพอัตรากำไรขั้นต้นอย่างยั่งยืน รวมทั้ง มุ่งเน้นการปรับสมดุลพอร์ตผลิตภัณฑ์สู่กลุ่มสุขภาพ (Better-for-You Snack) และการขยายธุรกิจแบบ B2B เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ

ขณะที่ตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศจีนยังคงเป็นกลไกหลักในการเติบโตผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรค้าปลีกรายใหญ่ ควบคู่ไปกับการเดินหน้าขยายฐานลูกค้าสู่ประเทศใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตของรายได้ในระยะยาวอย่างมั่นคง

“ผลการดำเนินงานในไตรมาส 4 คือภาพสะท้อนความสำเร็จที่งดงามจากการวางรากฐานการลงทุนอย่างเป็นระบบในไตรมาส 3 แม้เราจะเผชิญกับความท้าทายจากสภาวะตลาด แต่การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของกำไรสุทธิทั้ง YoY และ QoQ คือเครื่องยืนยันว่ากลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนและการบุกตลาดต่างประเทศของเรามาถูกทาง และจะเป็นฐานที่แข็งแกร่งที่สุดในการพาแบรนด์ ‘เจ้าสัว’ ก้าวสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน” นางสาวณภัทร กล่าว

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 4/68 บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงาน 410.8 ล้านบาท เติบโต 20.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของยอดขายในทุกช่องทางการจัดจำหน่าย แต่ยังลดลง 5.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) สาเหตุจากยอดขายภายในประเทศปรับตัวลดลงตามการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจ และกำลังซื้อของผู้บริโภคอ่อนตัวลง

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณารายได้จากต่างประเทศยังเติบโตเพิ่มขึ้น 13.4% (YoY) นับเป็นการสะท้อนศักยภาพความสำเร็จในการขยายสู่ตลาดระดับโลก และการมุ่งบริหารจัดการความเสี่ยง โดยไม่พิงตลาดใดตลาดหนึ่งเป็นหลัก

ขณะกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ทำได้ 68.3 ล้านบาท เติบโต 180% (QoQ) และ 93.1% (YoY) ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงประสิทธิภาพการดำเนินงานที่แท้จริง (Operational Excellence) โดยเฉพาะการควบคุมต้นทุนการผลิตและการบริหารพอร์ตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ส่งผลให้บริษัทฯ มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง พร้อมขับเคลื่อนกลยุทธ์การขยายฐานผู้บริโภคสู่ระดับสากลอย่างยั่งยืน

สำหรับกำไรสุทธิทำได้ 46.2 ล้านบาท เติบโต 388.2% (QoQ) และ 131.4% (YoY) จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการดำเนินงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน ที่ประสบความสำเร็จจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง “ข้าวตังหน้ากุ้งหยอง ซอสผัดไทย” และได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคอย่างดี รวมถึงการเพิ่มขึ้นของยอดขายในตลาดสหรัฐอเมริกา จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่กลุ่มข้าวตัง และธัญพืช พร้อมการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายไปยังเอเชียซูปเปอร์มาร์เก็ตอย่างต่อเนื่อง

ประกอบกับการมุ่งบริหารจัดการตุ้นทุนเชิงรุก การเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการพอร์ตผลิตภัณฑ์ บริหารจัดการความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด ส่งผลให้บริษัทฯ มีความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น และมีอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นแตะ 11.2% โดยเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3 ที่มีอัตรากำไรสุทธิที่ 2.7% คิดเป็นอัตราการเติบโตที่ 8.4% ซึ่งสะท้อนความสำเร็จในการดำเนินกลยุทธ์ในทุกมิติเพื่อเพิ่มอัตรากำไร และผลักดันการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 ก.พ. 69)