MEDEZE ปักธงปี 73 ดันรายได้ทะยาน 3 พันลบ.ชู ATMPs รายเดียวในไทย ส่งแฟรนไชส์บุกฟิลิปปินส์-UAE

นายปิยวัชร ราชพลสิทธิ์ รองประธานกรรมการบริษัท บมจ.เมดีซ กรุ๊ป [MEDEZE] เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ปี 69 อยู่ที่ 1,000 ล้านบาท เติบโต 20% ปีที่แล้ว จากจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว รวมทั้งเริ่มรับรู้รายได้จากฟิลิปปินส์และประเทศอื่น ๆ อีกทั้งในปีนี้บริษัทจะได้รับผลดีจากสิทธิประโยชน์ที่ยื่นขอจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) หนุนกำไรดีขึ้นกว่าปี 67

บริษัทยังตั้งเป้าขึ้นทะเบียนการใช้ Stem Cell เป็นยา หรือ เซลล์บำบัดในปีนี้ ได้แก่ กลุ่มโรคข้อเข่าเสื่อมและผิวเสื่อม ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะขึ้นทะเบียนยาได้และจะสร้างรายได้จากโครงการผลิตภัณฑ์การแพทย์ชั้นสูง (Advanced Therapy Medicinal Products หรือ ATMPs) ในปี 70 ราว 480 ล้านบาท และหากปี 73 สามารถขึ้นทะเบียนยาได้ครบ 8 โรค จะผลักดันให้รายได้พุ่งแตะ 3,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยกดดันในปีนี้คือกลุ่มลูกค้ากัมพูชาที่คาดว่าจะลดลง ซึ่งบริษัทจะขยายฐานลูกค้าประเทศอื่น ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ที่จะเริ่มรับรู้รายได้ในปีนี้ รวมทั้งอินโดนีเซีย มองโกเลีย และ UAE ซึ่งจะเป็นกลุ่มลูกค้าใหม่ โดยบริษัทจะพยายามกระจายฐานลูกค้ามากขึ้น

บริษัทมองว่าปัจจัยบวกในปีนี้จากประเด็นที่เศรษฐกิจมีความแน่นอนมากขึ้น ส่งผลบวกต่อความมั่นใจในการจับจ่ายใช้สอยสิ่งที่จำเป็นมากขึ้น แต่สิ่งที่ไม่จำเป็นอาจชะลอหรือลดการใช้จ่ายลงไป โดยมองว่าเศรษฐกิจขยายตัวดีบางช่วง อาทิ ช่วงที่รัฐบาลใหม่เข้ามา ด้านปัจจัยบวกอื่น ๆ โครงการ ATMPs เป็นความหวังในการเติบโตในอนาคต และปีนี้คาดว่าจะเห็นความชัดเจนของการทดลองทางคลินิกกับคน รวมทั้งการขึ้นทะเบียนยาในช่วงสิ้นปี 69

ขณะที่เป้าหมายการเข้าร่วมโครงการ Jump+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัทตั้งเป้ากำไรสุทธิแตะระดับ 696 ล้านบาทในปี 71 ขณะที่แผน 5 ปี (ปี 68-73) ตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 41% กำไรโต 52% ต่อปี โดยการขับเคลื่อนการเติบโตของผลประกอบการมาจากโครงการ ATMPs ซึ่งเมื่อบริษัทขึ้นทะเบียนยาสำเร็จ บริษัทจะเป็นผู้ผลิตยาจาก Stem Cell เพียงเจ้าเดียวในประเทศไทยที่ใช้ในเรื่องข้อเข่าเสื่อมและผิวหน้าเสื่อมได้ รวมทั้งการขยายธุรกิจในต่างประเทศรูปแบบแฟรนไชส์

นายแพทย์วีรพล เขมะรังสรรค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MEDEZE เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทสำหรับปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 776.41 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 196.38 ล้านบาท โดยรายได้หลักของบริษัทยังคงมาจากเซลล์ต้นกำเนิดจากเนื้อเยื่อสายสะดือ หรือ Cord Tissue โดยมีสัดส่วนรายได้ในปี 2568 อยู่ที่ 47% ทั้งนี้ ถึงแม้สภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันส่งผลต่อกำลังซื้อของลูกค้า แต่กลุ่มบริษัทฯ ยังคงรักษาฐานลูกค้าหลักไว้ได้อย่างเหนียวแน่น สะท้อนถึงความไว้วางใจจากลูกค้าว่าสินค้าและบริการของ MEDEZE เป็นสิ่งที่ลูกค้าให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ และเลือกที่จะคงสิทธิในการเข้าถึงบริการของ MEDEZE ไว้

ในปี 68 ที่ผ่านมา บริษัทยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเดินหน้าทางด้านการพัฒนานวัตกรรม “การแพทย์ขั้นสูง” หรือ ATMP ไม่ว่าจะเป็นการเดินหน้าโครงการ “ATMPs Sandbox” ที่มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขพร้อมด้วย หน่วยงานทางแพทย์ ร่วมจัดงานประชุม “Thailand ATMP Roadmap 2025” ภายใต้แนวคิด “Fast Track to Access & Innovation : Fastest in ASEAN” เพื่อเร่งผลักดันผลิตภัณฑ์ ATMP สร้าง Ecosystem ตั้งแต่การวิจัยทดลอง ไปจนถึงสามารถใช้งานได้จริง ภายในกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนเพิ่มโอกาสให้กับภาครัฐ และเอกชนได้พัฒนาร่วมกัน นำไปสู่ การรักษาโรคที่มีประสิทธิภาพสูง

และที่สำคัญคือการสร้างมาตรฐานกระบวนการวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรม สร้างโอกาสให้คนไทยเข้าถึง ATMP ได้อย่างทั่วถึง ในราคาที่เหมาะสม และที่สำคัญที่สุดคือการยกระดับประเทศไทยจากผู้บริโภคยา และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ สู่การเป็นนักวิจัยที่สามารถผลิต และสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการแพทย์ที่มี คุณภาพสูง เข้าถึงง่าย และใช้งานได้อย่างปลอดภัย

“การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของ MEDEZE ในการเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน Thailand ATMP Roadmap ควบคู่กับการยกระดับระบบนิเวศด้านสุขภาพ การวิจัย และนวัตกรรม ทางการแพทย์ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม HEALTH Economy อย่างยั่งยืนในอนาคต”นายแพทย์วีรพล กล่าว

รวมถึงการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MOU ร่วมกับ บริษัท ไอเด็นทิตี้ กรุ๊ป จำกัด ศูนย์เลเซอร์และผิวหนังชั้นนำของประเทศ โดยมีเป้าหมาย ร่วมกันในการพัฒนาการให้บริการด้าน Regenerative Beauty & Anti-Aging แนวทางการดูแลสุขภาพและความงามด้วยศาสตร์ Regenerative Medicine ภายใต้กระบวนการทางการแพทย์ที่ถูกต้อง ปลอดภัย และตรวจสอบได้ และที่สำคัญยกระดับการให้บริการด้านสุขภาพ และความงามของประเทศไทยให้ได้มาตรฐานระดับสากล และยังสามารถต่อยอดการเติบโตให้กับ MEDEZE ได้ในอนาคต

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 ก.พ. 69)