
นายชนะพันธุ์ พิริยะพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ที คิว อาร์ [TQR] เปิดเผยว่า ภาพรวมปี 2568 เป็นปีแห่งความท้าทายของอุตสาหกรรมประกันภัยไทย ด้วยปัจจัยทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ทั้งภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรง ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะทางเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว
อย่างไรก็ตาม ด้วยความเสี่ยงที่เกิดขึ้น สามารถสร้างโอกาสให้กับ TQR ในการคิดค้น พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยและประกันภัยต่อรูปแบบใหม่ ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ส่งผลให้บริษัทมีรายได้รวม 279 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.75% จากปีก่อน ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All Time High) จากการเติบโตของรายได้หลัก ทั้งรายได้ธุรกิจนายหน้าประกันภัยต่อแบบทั่วไป (Traditional Business) และรายได้ธุรกิจนายหน้าประกันภัยต่อแบบพัฒนาช่องทางและผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกัน (Alternative Business) และมีกำไรสุทธิ 100.53 ล้านบาท
นางยุพเรศ พิริยะพันธุ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TQR กล่าวว่า แผนการดำเนินงานปี 69 บริษัทมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีและโซลูชัน มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยต่อรูปแบบใหม่ร่วมกับบริษัทประกันภัยชั้นนำ ทั้ง Alternative-Traditional ที่ยังคงมีความต้องการที่สูงขึ้น ประกอบด้วย ประกันภัยต่อที่เกี่ยวข้องกับ ESG เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (EV) โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ ประกันภัยต่อความรับผิดของกรรมการและเจ้าหน้าที่บริหาร (Directors and Officers) ประกันภัยต่อการก่อการร้ายและภัยทางการเมือง (Political Violence) ประกันภัยต่อสุขภาพและอุบัติเหตุส่วนบุคคล (Personal Accident and Health) รวมทั้ง ประกันภัยต่อไซเบอร์ (Cyber) ในรูปแบบองค์กร (Corporate Cyber) และส่วนบุคคล (Personal Cyber) เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารความเสี่ยงอย่างยั่งยืนในอนาคต
ส่วนความร่วมมือกับ บมจ.ทีคิวเอ็ม อัลฟา [TQM] ยังคงดำเนินธุรกิจไปตามแผนงานที่วางไว้ พร้อมกันนี้ บริษัทร่วมทุน บริษัท อัลฟ่าเซค จำกัด โดย TQR ถือหุ้นในสัดส่วน 30% เพื่อประกอบธุรกิจประกันภัยไซเบอร์ เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ แพลตฟอร์ม ด้าน Cybersecurity มุ่งขยายฐานลูกค้า ในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ๆ ขณะเดียวกัน ยังคงมองหาโอกาสการเข้าลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้กับบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นได้ในระยะยาวอย่างยั่งยืน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 ก.พ. 69)





