
นักวิเคราะห์ฯคาดตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งผันผวนอิงทางลบรับแรงกดดันหุ้น ADVANC ขึ้น XD และภาพรวมอาจพักตัวหลังปรับขึ้นมามากเมื่อวานนี้ แต่ยังมีปัจจัยหนุนจาก กนง.ลดดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด ประกอบกับ บจ.ทยอยประกาศจ่ายเงินปันผล รวมทั้งการเมืองที่เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลใหม่ พร้อมให้แนวต้าน 1,540 จุด แนวรับ 1,500
นางสาววราภรณ์ วิบูลคณารักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้อาจจะแกว่งผันผวนอิงทางลบ คาดแรงกดดันจากหุ้น ADVANC ขึ้น XD ประกอบกับ ดัชนีขึ้นมาค่อนข้างมากเมื่อวานนี้ ทำให้วันนี้อาจพักตัวในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม ตลาดบ้านเรายังมีปัจจัยหนุนต่อเนื่องจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลดดอกเบี้ยมาเหลือ 1% เร็วกว่าคาดเป็นเซอร์ไพรส์ ประกอบกับ บริษัทจดทะเบียนทยอยประกาศจ่ายเงินปันผล โดยเฉพาะกลุ่มแบงก์ และความมั่นใจการเมืองในประเทศที่เดินหน้าสู่การจัดตั้งรัฐบาลใหม่
โดยให้แนวต้าน 1,540 จุด แนวรับ 1,500
ประเด็นพิจารณาการลงทุน
– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (26 ก.พ.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,499.20 จุด เพิ่มขึ้น 17.05 จุด หรือ +0.03%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,908.86 จุด ลดลง 37.27 จุด หรือ -0.54% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,878.38 จุด ลดลง 273.69 จุด หรือ -1.18%
– ตลาดหุ้นเอเชียภาคเช้าเปิดบวก ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 58,606.03 จุด ลดลง 147.36 จุด หรือ -0.25%, ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดจีนเปิดที่ระดับ 4,128.90 จุด ลดลง 17.73 จุด หรือ -0.43% และดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 26,447.05 จุด เพิ่มขึ้น 66.03 จุด หรือ +0.25%
– ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (26 ก.พ.) 1,533.64 จุด เพิ่มขึ้น 17.63 จุด (+1.16%) มูลค่าซื้อขาย 77,692.47 ล้านบาท
– นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (26 ก.พ.) 1,328.75 ล้านบาท
– ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. (26 ก.พ.) ลดลง 21 เซนต์ หรือ 0.32% ปิดที่ 65.21 ดอลลาร์/บาร์เรล
– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (26 ก.พ.) อยู่ที่ 5.06 เหรียญ/บาร์เรล
– เงินบาทเปิด 31.10 อ่อนค่าสอดคล้องภูมิภาค รับดอลลาร์แข็งค่าหลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐดีกว่าคาด
– “อัสสเดช” ลั่นฟันด์โฟลว์ไหลเข้าเป็นเงินระยะยาวเชื่อมั่นรัฐบาล ลุ้น MSCI เพิ่มน้ำหนักอนาคต วอนบริษัทไทยอย่าหนีไปจดทะเบียนนอก ย้ำนักลงทุนไทยเข้าใจมูลค่าธุรกิจดีที่สุด ด้านกูรูรับเห็นปรากฏการณ์เงินเข้าอาเซียนแรง ปรับเป้า SET ขึ้น 1,540 จุด แต่แนะวางกลยุทธ์แบ่งขายหลังขึ้นแรง มองใกล้ถึงช่วง XD หุ้นใหญ่
– เศรษฐกิจไทยยังเปราะบาง “ไทยพาณิชย์” ชี้ปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน ทั้งค่าเงินผันผวน ความไม่แน่นอนจากภูมิรัฐศาสตร์ การมาของเอไอ เศรษฐกิจในประเทศอ่อนแอ สินเชื่อตึงตัวและติดลบ “กรุงศรีฯ” ชี้แม้ปรับขึ้น “จีดีพี” แต่เผชิญความเสี่ยงสูง ห่วงมาตรการกีดกันการค้า ฉุด “ส่งออก” ติดลบเพิ่มเป็น 12.7% บริโภคเอกชนชะลอ นโยบายระยะสั้น ถูกกดดันจากพื้นที่การคลังลดลง
– คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ติดตามสถานการณ์การจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการขนส่งที่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง จากการติดตามร่วมกับซัปพลายเออร์และผู้ขาย LNG ยืนยันยังไม่มีผลกระทบต่อการส่งมอบแต่อย่างใด
– ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม-MPI เดือน ม.ค.69 อยู่ที่ระดับ 101.58 ขยายตัว 1.46% หลังได้แรงหนุนจากการผลิตรถยนต์ที่ขยายตัวต่อเนื่องและการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ยังขยายตัว รวมถึงกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการเลือกตั้ง ช่วยกระตุ้นภาคการผลิตและภาคบริการที่เกี่ยวข้อง คาดปี 69 ขยายตัว 1.5-2.5%
– ไทยเตรียมระเบิดความมันระดับโลก! ททท. จับมือเอกชนปักหมุด “Tomorrowland Thailand” ลงสมอ “พัทยา” ดึงนักท่องเที่ยวทะลัก 2 แสนคน สร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 5,500 ล้านบาทต่อปี
– ทีมวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้โต 2% จากเดิม 1.8% แต่ยังต่ำกว่าศักยภาพ โดยโตต่ำกว่า 3% ต่อเนื่องมา 8 ปีแล้ว ส่วนนโยบายภาษีสหรัฐฯ จากภาพไทยเกินดุลการค้าสหรัฐต่อเนื่อง เสี่ยงสูงถูกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มตามมาตรา 201 และมาตรา 301 ตอบโต้การค้าไม่เป็นธรรม และเสี่ยงปานกลางถูกเก็บภาษีเพิ่มในมาตรการ 338 ภายใต้กฎหมายสมูท-ฮอลี่ย์ ส่วนนี้เก็บได้สูงสุด 50% รวมทั้งมาตรา 323 ภายใต้กฎหมายการค้าปี 1962 ตอบโต้สินค้าความมั่นคง ส่งผลให้ภาษีนำเข้าที่สหรัฐฯ เก็บจากไทยปีนี้น่าจะใกล้เคียงอัตรา 19% จึงมองภาพส่งออกไทยปีนี้ลดลง
– KBANK (ฟินันเซีย ไซรัส) “เก็งกำไร” ระยะสั้นมี Catalyst บวกหลักจ่ายปันผลครึ่งหลังปี 68 รวม 12 บาท/หุ้น (รวมปันผลพิเศษ 2 บาท/หุ้น) สูงกว่าคาดที่ 10 บาท/หุ้น คิดเป็น dividend yield 6% รวมกับจ่ายครึ่งแรกแล้ว 2 บาท/หุ้น เป็น 14 บาท/หุ้น คิดเป็น Pyaout Ratio 66.5% ขึ้น XD 21 เม.ย.69 จ่าย 8 พ.ค.69 ส่วนประเด็น GULF ส่งตัวแทนเข้าเป็นกรรมการอิสระ 2 ท่าน (เข้าที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติ 10 เม.ย.) มองเป็นปัจจัยหนุนเก็งกำไร รวมถึงโอกาสที่จะทยอยถือหุ้นเพิ่มในระยะยาว
– SPA (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 6.47 บาท มุมมองเชิงบวกแนวโน้มการฟื้นตัวของกำไรปี 69 คาดที่ 36% YoY ด้วยการฟื้นตัวของรายได้เติบโต 11% YoY หนุนโดยจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้น และอัตรากำไรสุทธิ (NPM) ขยายตัวเป็น 14.7% จาก 12.1% ในปี 68 จาก operating leverage และการประหยัดต่อขนาดที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ภาพระยะสั้นมองว่ากำไรในไตรมาส 4/68 จะฟื้นตัว QoQ ตามปัจจัยฤดูกาลของการท่องเที่ยวและต่อเนื่องไปยังไตรมาส 1/69
– CPALL (พาย) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 61.00 บาท กำไรไตรมาส 4/68 ที่ 7.3 พันล้านบาท (+5%YoY, +13%QoQ) ผลจากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดี รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่ลดลง แม้ว่าลดลงของยอดขายสาขาเดิมของ 7-11 ที่ 1% ถึง 2% ในไตรมาส 4/68 และการลดลงของกำไรของ CPAXT ขณะที่ SSSG เดือนม.ค.69 กลับมาดูดีขึ้น YoY
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 ก.พ. 69)





