
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันศุกร์ (27 ก.พ.) ว่า สหรัฐฯ กำลังเผชิญ “การตัดสินใจครั้งใหญ่” เกี่ยวกับอิหร่าน
ทรัมป์กล่าวในงานที่รัฐเท็กซัสว่า สหรัฐฯ ต้องตัดสินใจว่าจะโจมตีอิหร่านหรือไม่ ซึ่งเป็นทางเลือกที่ไม่ง่าย พร้อมย้ำว่าข้อตกลงใด ๆ กับอิหร่านจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของสหรัฐฯ
เขาระบุว่า อิหร่านต้องการทำข้อตกลง แต่ต้องเป็นข้อตกลงที่มีสาระและมีความหมาย พร้อมเสริมว่า เขาต้องการแก้ปัญหาด้วยวิธีสันติ แต่ยอมรับว่าอีกฝ่ายเจรจาด้วยความยากลำบาก
ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า เขาไม่พอใจกับความคืบหน้าของการเจรจานิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารที่อาจเกิดขึ้น พร้อมระบุว่า เขาอยากหลีกเลี่ยงการใช้กำลังทหารสหรัฐฯ แต่บางครั้งก็อาจหลีกเลี่ยงไม่ได้
รัฐบาลทรัมป์ได้เพิ่มกำลังทหารในตะวันออกกลาง โดยส่งฝูงบินขับไล่เพิ่มเติมและจัดวางกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี 2 กองในภูมิภาค เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R. Ford เดินทางถึงนอกชายฝั่งอิสราเอลเมื่อวันศุกร์ สมทบกับ USS Abraham Lincoln ซึ่งปฏิบัติการอยู่ในทะเลอาหรับตั้งแต่ปลายเดือนม.ค.
ด้านอิหร่านเตือนว่า หากมีการโจมตีเกิดขึ้น จะตอบโต้ฐานทัพสหรัฐฯ ทั่วตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ การเจรจาทางเทคนิคเพิ่มเติมระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน มีกำหนดจัดขึ้นในวันจันทร์ (2 มี.ค.) ที่กรุงเวียนนา
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 ก.พ. 69)





