
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันนี้ (28 ก.พ.) เกิดเสียงระเบิดดังต่อเนื่องหลายครั้งในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน โดยผู้สื่อข่าวเห็นกลุ่มควันหนาทึบลอยขึ้นจากหลายจุดทั่วเมือง
ไม่นานหลังจากนั้น มีรายงานว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอิหร่าน ขณะที่อิหร่านตอบโต้กลับด้วยการโจมตีเป้าหมายของสหรัฐฯ และอิสราเอลในตะวันออกกลาง ทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคที่ตึงเครียดอยู่แล้วรุนแรงขึ้นอีกครั้ง
จนถึงขณะรายงานข่าวนี้ เตหะรานและเมืองอื่น ๆ ของอิหร่านถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธหลายสิบครั้ง โดยในกรุงเตหะรานมีขีปนาวุธตกใกล้พื้นที่สำนักงานของผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี และประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน
ภาพจากโทรทัศน์เผยให้เห็นควันขนาดใหญ่ปกคลุมย่านที่มีประชากรหนาแน่น ขณะที่ประชาชนบางส่วนขึ้นไปบนดาดฟ้าเพื่อดูเหตุการณ์ และใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพควันจากจุดระเบิดที่อยู่ไกลออกไป
แม้เกิดเหตุโจมตี แต่ชีวิตประจำวันในหลายพื้นที่ของกรุงเตหะรานยังดำเนินไปตามปกติ การจราจรยังคงหนาแน่น และร้านกาแฟยังมีลูกค้าวัยหนุ่มสาวเข้าใช้บริการจำนวนมาก
ระหว่างที่ซินหัวกำลังจัดทำรายงาน เพื่อนชาวอิหร่านรายหนึ่งส่งข้อความมาสอบถามความปลอดภัย พร้อมระบุว่าไม่ต้องกังวล เพราะเหตุการณ์ลักษณะนี้เป็นสิ่งที่หลายคนคาดการณ์ไว้แล้ว
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านเพิ่งเสร็จสิ้นการเจรจาทางอ้อมรอบที่ 3 เมื่อต้นสัปดาห์ และตกลงจะกลับมาเจรจากันอีกครั้งในสัปดาห์หน้า โดยเพียง 1 วันก่อนเกิดเหตุ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน แต่จะมีการตัดสินใจครั้งสำคัญในประเด็นดังกล่าว
เหตุการณ์ล่าสุดทำให้ย้อนนึกถึงเดือนมิ.ย. ปีที่แล้ว ซึ่งระหว่างที่สหรัฐฯ และอิหร่านกำลังเจรจากัน อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านโดยไม่ทันตั้งตัว จนนำไปสู่สงคราม 12 วัน และในช่วงนั้น สหรัฐฯ ได้ทิ้งระเบิดใส่โรงงานนิวเคลียร์สำคัญของอิหร่านด้วย
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 ก.พ. 69)





